|
เยี่ยมฟาร์มเห็ดตีนแรดคุณทวี สุคนธ์
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสการเกษตร
องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ
ปี 2524-48
เห็ดตีนแรด (Tricholoma crussum)
เป็นเห็ดที่เกิดขึ้นในภูมิอากาศแถบร้อนชื้น เช่น
ประเทศไทย ที่มักพบทั่วไปตามกองปุ๋ยหมัก
หรือบริเวณโคนต้นไม้ที่มีการสะสมอินทรีย์วัตถุมากๆ
เช่น ใต้ต้นก้ามปูหรือต้นฉำฉา เป็นต้น
บางครั้งอาจจะพบดอกเห็ดมีขนาดใหญ่มาก
ที่เคยพบทางภาคอิสาน
หมวกของดอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 20 นิ้ว
ก้านยาวมากกว่า 30 นิ้ว น้ำหนักมากกว่า 10 กก.
ด้วยความที่มันมีขนาดใหญ่ ทางภาคอิสานจึงนิยมเรียกว่า
เห็ดตีนแรด ส่วนทางภาคเหนือเรียกว่า เห็ดจั่น
ภาคกลางเรียกว่า เห็ดตับเต่าขาว(ทั้งๆที่มันอยู่คนละตระกูลกับเห็ดตับเต่า)
เป็นเห็ดที่รับประทานได้
และสามารถนำมาเพาะเลี้ยงเช่นเดียวกับเห็ดอื่นๆที่เพาะในถุงพลาสติกได้
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดที่โตเต็มที่
ดอกเห็ดกลุ่มนี้หนักประมาณ 5 กก.
|
ลักษณะดอกเห็ดตีนแรด
|
ปี พ.ศ. 2512 อ.พันธุ์ทวี ภักดีดินแดน
หัวหน้าสาขาจุลชีววิทยาประยุกต์ กองวิจัยโรคพืช
กรมวิชาการเกษตร ได้ทำการเพาะเลี้ยงเชื้อบริสุทธิ์
และเพาะเลี้ยงในวัสดุเพาะเช่นเดียวกับการเพาะเห็ดนางรม
เห็ดนางฟ้า เพียงแต่ต้องคลุมด้วยดิน
แต่การเพาะเห็ดตีนแรดก็ไม่ค่อยจะได้รับความสนใจมากนัก
แม้ว่า รสชาติดีมาก มีลักษณะคล้ายเห็ดโคน
หรือเห็ดรมหลวง(เห็ดเออเรนจิ)
และราคาของดอกเห็ดค่อนข้างสูงมาก ทั้งนี้ เนื่องจาก
ยังขาดแรงจูงใจในการส่งเสริมกันอย่างจริงจัง ประกอบกับ
การเพาะเห็ดตีนแรด
จะต้องใช้ระยะเวลาทำการเพาะค่อนข้างนานกว่าเห็ดอื่นๆ
กล่าวคือ แม้ว่า
เส้นใยเห็ดจะเจริญในวัสดุเพาะได้เร็วเหมือนกับเห็ดทั่วๆไป
คือ ประมาณ 30-50 วัน
แต่จะต้องทำการบ่มหรือพักก้อนเชื้อต่อไปอีกอย่างน้อย
4-6 เดือน จนกระทั่งก้อนเชื้อมีการสะสมอาหารเต็มที่
จึงจะสามารถนำเอาไปกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดได้
ในส่วนของการกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดนั้น
จะเปิดเช่นเดียวกับเห็ดทั่วๆไปก็ได้
ด้วยการเปิดปากถุงให้กว้าง
หรืออาจจะทำการแกะเอาก้อนเชื้อหลายๆก้อนมาใส่รวมกันในกระบะ
หรือแปลงเพาะ
ที่สำคัญไม่ว่าจะเปิดให้เกิดดอกเห็ดด้วยวิธีใดก็ตาม
จะต้องคลุมด้วยดินร่วนปนทรายที่มีระดับความเป็นกรด-ด่างประมาณ
7-7.8 ให้หนาประมาณ 1-11/2 นิ้ว
แล้วรักษาระดับความชื้นประมาณ 80-85% ประมาณ 10-15
วันก็จะมีดอกเห็ดเกิดขึ้น
การที่จะเกิดดอกเห็ดเป็นดอกเดี่ยว เป็นกลุ่ม
มีขนาดเล็กหรือใหญ่
ขึ้นอยู่กับอาหารและวัสดุเพาะและความหนาของวัสดุคลุม
กล่าวคือ หากต้องการดอกเห็ดออกเป็นกระจุกจำนวนมาก
ให้ทำการคุลมดินบางๆ
แต่หากต้องการดอกเห็ดให้มีขนาดโตขึ้น
ดินที่ใช้คลุมก็จะต้องหนามากขึ้น
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดที่เกิดขึ้นบนแปลงเพาะ
|
ดอกเห็ดตีนแรดเกิดแม้กระทั่งบนดิน
ต้องเอาอิฐบล๊อคออก
|
ข่าวคราวของการเพาะเห็ดตีนแรดเป็นธุรกิจการค้า
ได้ถูกเปิดเผยมาเป็นระยะๆ
บางแห่งใช้เป็นลูกเล่นในการเพาะด้วยการเปิดถุงอัดรวมกันจำนวนมาก
แล้วคลุมดินหนาๆ พอดอกเห็ดเกิดขึ้นมีขนาดใหญ่
ก็ถือโอกาสออกข่าว เพาะเห็ดยักษ์สำเร็จ
เพื่อสร้างข่าวให้ฮือฮา
หรือดึงผู้สนใจให้แก่สถานที่หรืองานประชุมสัมมนานั้นๆ
แต่ก็ยังไม่มีการเพาะเห็ดตีนแรดกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
จนกระทั่งไม่นานมานี้
ผมได้รับการติดต่อจากสมาชิกสภาจังหวัด
อำเภอทองผาภูมิให้ทำการผลิตก้อนเชื้อเห็ดตีนแรดให้
พร้อมทั้งทางอำเภอต้องการที่จะจัดให้มีเทศกาลเห็ดตีนแรดขึ้น
เป็นงานประจำทุกปี
ก็ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจมากพอสมควร
แต่พอผู้บริหารจำเป็นต้องถูกย้ายไปประจำที่อื่น
งานนี้ก็ต้องหยุดชะงักตามกันไป เมื่อเร็วๆนี้
ผมได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ไทยไบโอเทค
ที่รับผิดชอบหน้าร้านไทยไบโอเทค ที่ตลาดไท
แจ้งให้ทราบว่าได้มีสมาชิกเพาะเห็ดตีนแรดขึ้นที่อำเภอนครหลวง
จังหวัดอยุธยา ที่อยู่ไม่ไกลนักจากศูนย์ไทยไบโอเทค คือ
ประมาณ ไม่เกิน 60 กม.
ผมจึงได้โทรศัพท์ไปคุยเพื่อสอบถามรายละเอียดเบื้องต้น
ทราบชื่อว่า
คุณทวี สุคนธ์
เป็นอดีตข้าราชการครู
เกษียนอายุในโครงการเกษียนก่อนกำหนด
เพื่อออกมาประกอบอาชีพโรงสีข้าว อยู่ที่อำเภอนครหลวง
โดยทำเป็นลักษณะโรงสีขนาดกลาง
ใหม่ๆมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการดีมาก
ทำให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองดีมากพอสมควรในยุกต์ประชาธิปไตยเต็มใบ
แต่ตอนหลังธุรกิจโรงสีแย่ลง
เพราะสู้โรงสีขนาดใหญ่ที่มีเส้นมีสายไม่ได้
ผลสุดท้ายก็จำเป็นต้องยุบขนาดของโรงสีให้เล็กลง
ทำให้ธุรกิจทางบ้านไม่สู้ดีนัก
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดบานสะพรั่งของคุณทวี
เบียดเสียด
ยัดเยียดออกทั้งบนแปลงและบนดิน
|
อ.เยาวนุชและคุณทวี
|
คุณทวีจึงย้อนไปถึงสมัยปี พ.ศ. 2520 ที่เคยไปอบรมกับผม
เมื่อครั้งที่ผมเปิดอบรมเห็ดในนามของกรมวิชาการเกษตร
โดยคุณทวีได้เคยนำเอาเรื่องเห็ดที่ได้เรียนมาสอนให้แก่ลูกศิษย์ลูกหา
ในช่วงนั้นพบว่า มีเห็ดชนิดหนึ่ง
เมื่อทำการเพาะได้เห็ดออกมาไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือครู
รวมทั้งผู้ปกครองละแวกนั้นต่างชื่นชอบเป็นอย่างมาก คือ
เห็ดตีนแรด
ทำให้คุณทวีฝังจิตฝังใจตลอดเวลาว่า
สักวันจะทำการเพาะเห็ดตีนแรดเป็นธุรกิจให้ได้
และความฝันของคุณทวีก็เป็นจริงขึ้นมา
ด้วยการเป็นเจ้าของฟาร์มเห็ดตีนแรดขึ้นมาสำเร็จอย่างน่าภูมิใจยิ่ง
ผมได้สอบถามทุกแง่มุมเท่าที่จะมีเวลาและคุณทวีก็เต็มใจบอกรายละเอียดให้ทราบทั้งหมดว่า
แม้ว่าจะผ่านการอบรมเห็ดไปนานกว่า 30 ปีแล้ว
แต่ก็ติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องเห็ดตลอดเวลา
และก็ทราบเป็นอย่างดีในความเคลื่อนไหวของผม
และคุณทวีก็เป็นแฟนรายการสมุนไพรเพื่อชีวิต
ที่ผมออกอากาศผ่านทางสถานีวิทยุเอเอ็มสเตอริโอ
ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างปี 2539-2545
โดยส่วนใหญ่
ผมจะโทรศัพท์ทางไกลจากต่างประเทศมาออกรายการ
โดยคุณทวีบอกว่า รู้สึกตื่นเต้นกับรายการนี้มาก
เพราะเป็นรายการที่พูดสดๆมาจากต่างประเทศ
ทำให้เข้าใจบรรยายกาศของต่างประเทศอย่างชัดเจน
โดยคุณทวีได้ยกตัวอย่างให้ฟังเมื่อครั้งที่ผมอยู่กลางทะเลทรายของประเทศนามิเบีย
และไปเจอสมุนไพรที่เขาใช้กันที่นั่น
รวมทั้งผมได้พาลูกๆและครอบครัวไปไต่ภูเขาทรายที่สูงที่สุดในโลก
โดยภูเขานี้เปลี่ยนแปลงรูปร่างทุกวัน
นี่ก็แสดงว่าคุณทวีเป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดเกิดจากก้อนอัดก้อนเชื้อในกระถางดิน |
เมื่อทราบเช่นนั้น
ผมจึงรีบโยนคำถามเข้าไปทันทีว่า ถ้าอย่างงั้น
การที่คุณทวีเพาะเห็ดตีนแรดเป็นธุรกิจเช่นนี้ แสดงว่า
คุณทวีต้องมีอะไรดี
หรือมีสูตรอาหารเฉพาะในการเพาะเห็ดตีนแรดแล้วล่ะสิ
คุณทวีตอบคำถามพร้อมทั้งพาผมไปดูหลักฐานว่า
สูตรอาหารที่ใช้ในการเพาะเห็ดตีนแรดก็คือ
ใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราผสมอาหารเสริมสำเร็จรูป KAT
101(เป็นอาหารสำเร็จรูป
ที่มีธาตุอาหารที่เห็ดต้องการครบและปริมาณเพียงพอ)
เข้าไป 7-8 กก.ต่อขี้เลื่อยแห้ง 100 กก. แป้งเอ็นไซม์
3 กก.(ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวผสมข้าวสาลี
หมักด้วยจุลินทรีย์ให้เกิดเอ็นไซม์ที่เห็ดต้องการ)
และอาหารเสริม KAT 901 อีก 1 ลิตร(เป็นอาหารเสริมที่ได้จากยีสต์สกัด
ช่วยเร่งเส้นใย)
โดยคุณทวีพาไปดูวิธีการผสมขี้เลื่อยกับอาหารเสริมน่าสนใจมาก
โดยจะใช้อาหารเสริม KAT 101
และแป้งเอ็นไซม์ผสมเข้าด้วยกัน ด้วยการแผ่กระจายบางๆ
จากนั้นใช้ท่อเหล็กอย่างหนาขนาด 3 นิ้ว ยาวประมาณ 2
เมตร ใช้เชือกผูกหัวท้ายแล้วลากไปมา คุณทวีบอกว่า
นี่เป็นความคิดของเด็กๆที่กำลังผสมอยู่นี่แหละ
ปรากฎว่าสามารถผสมได้อย่างทั่วถึงดีมากๆ
ดีกว่าใช้พลั่วกลับไปมาทั้งสิ้นเปลืองเวลาและใช้แรงงานมาก
แต่การใช้ท่อเหล็กลากไปมานั้นกลับง่าย
รวดเร็วและใช้คนหรือแรงงานน้อยกว่า จากนั้น
จึงเอาอาหารเสริม KAT 901
ละลายน้ำรดไปมาพร้อมทั้งรดน้ำเข้าไปด้วย
ให้ได้ความชื้นประมาณ 62-65%
โดยใช้มือบีบดูขนาดพอบีบเป็นปั้นหรือเป็นก้อนได้
แต่ไม่ถึงมีน้ำเย้มออกมาจากง่ามมือ
แล้วจึงทำเป็นกองให้สูงไม่เกิน 1 ฟุตแบบหลวม
เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ฟื้นตัวและช่วยสร้างเอ็นไซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อเห็ดไปด้วย
 |
 |
|
โรงบ่มก้อนเชื้อเห็ดตีนแรดของคุณทวี |
หม้อนึ่งก้อนเชื้อที่ดัดแปลงจากการใช้แท้งค์น้ำ
นึ่งได้ครั้งละ 450 ก้อน |
มาถึงตอนนี้ คุณทวีได้บอกเคล็ดลับว่า
การที่จะหมักให้เกิดจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อเห็ดนั้น
แต่เดิมเคยใช้เชื้ออีเอ็มที่นิยมกันทั่วไป
ตอนหลังทำการหมักจุลินทรีย์เองตามสไตรล์ป้าเช็ง
แต่เมื่อเทียบกับใช้เชื้อจุลินทรีย์ยูเอ็ม 92
จากไทยไบโอเทคแล้ว ปรากฎว่า การใช้เชื้อยูเอ็ม
92 ได้ผลดียิ่งกว่า
เส้นใยเห็ดตีนแรดแข็งแรงและได้ผลผลิตสูงกว่า
เก็บดอกเห็ดได้นานกว่า คุณทวีได้ใช้เชื้อยูเอ็ม92
เพียง 50 กรัมหรือครึ่งซองผสมกับน้ำ 120 ลิตร
เพื่อผสมกับขี้เลื่อยแห้ง 100 กก.
หลังจากทำเป็นกองหมักไว้ข้ามคืน(ปัจจุบัน
ทางอานนท์ไบโอเทค
ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเชื้อจุลินทรีย์ใหม่ ชื่อ
ไบโอวัน ถูกกว่าเดิม และดีกว่าเดิม)
อีกวันรุ่งขึ้นก็ทำการกรอกถุง
โดยใช้คนงานละแวกนั้นด้วยค่าจ้างแบบเหมาก้อนละ 50
สตางค์ ส่วนการนึ่ง คุณทวีจะเป็นคนควบคุมเอง
เพราะจากการที่เคยได้เรียนรู้มา และจากประสบการณ์พบว่า
การนึ่ง หากไม่เอาใจใส่ด้วยตัวเอง
ปล่อยให้คนอื่นดูแลตาม
บางครั้งการใส่เชื้อเพลิงไม่สม่ำเสมอ
ก็อาจจะเป็นเหตุให้เปอร์เซ็นต์ก้อนเชื้อเสียสูงไปด้วย
แน่นอนที่สุด สิ่งที่ผิดพลาดไม่ได้ คือ
การประสานงานกับฝ่ายผลิตหัวเชื้อเห็ดตีนแรด คือ
คุณรวิพร เงินโสภา(คุณป๋อม)
ผู้จัดการหน้าร้านของไทยไบโอเทค ตลาดไท ถึงแผนการผลิต
ทั้งนี้เนื่องจาก เชื้อเห็ดตีนแรด
เป็นเชื้อเห็ดที่จะต้องทำการสั่งผลิตเป็นกรณีพิเศษเป็นรายๆไปเท่านั้น
จึงจำเป็นจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าพอสมควร
คุณทวีจะสั่งเชื้อเห็ดตีนแรดครั้งละประมาณ 1 ตู้เขี่ย
หรือ ประมาณ 150 ขวดต่อครั้ง
โดยนำไปเพาะเลี้ยงจนกระทั่งเส้นใยเห็ดเจริญทั่วเมล็ดข้าวฟ่าง
แล้วจึงทำการเขย่าล่วงหน้าก่อนนำเอาไปใช้ 1-2 วัน
เพื่อเป็นการกระตุ้นเส้นใย
และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า
ไม่มีเชื้อชนิดอื่นปนเปื้อน
ในกรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเห็ด หรือใช้ไม่หมด
หลังจากเขย่าแล้ว 2 วัน
ก็จะทำการเก็บไว้ใช้ต่อไปได้อีกหลายเดือน
ด้วยการเก็บไว้ในตู้เย็นชั้นแช่ผักทั่วไป หัวเชื้อเห็ด
1 ขวดของไทยไบโอเทค
ที่ทำมาจากข้าวฟ่างนึ่งแบบสูญญากาศนั้น
จะใช้เขี่ยลงถุงได้ประมาณ 50-70 ถุง
หลังจากเขี่ยเชื้อลงถุงแล้ว
นำไปบ่มเชื้อไว้ในโรงบ่มเช่นเดียวกับเห็ดทั่วไป
เชื้อเห็ดตีนแรดจะเจริญเต็มวัสดุเพาะประมาณ 40-50 วัน
ให้ทำการบ่มต่อไปอีก 3-5 เดือน
เพื่อให้เส้นใยเห็ดตีนแรดรัดตัวและสะสมอาหารเต็มที่
หากทำการเปิดก่อนกำหนด ดอกเห็ดจะเกิดช้า ไม่สมบูรณ์
ผลผลิตต่ำ
 |
 |
|
เด็กนักเรียนใช้ท่อเหล็กขนาด 3 นิ้ว
ลากไปมาเพื่อผสมอาหารเสริมกับวัสดุเพาะ |
 |
 |
|
การเขี่ยเชื้อเห็ดตีนแรดที่ฟาร์มเห็ดคุณทวี |
อย่างไรก็ตาม
การบ่มเพื่อกระตุ้นให้เส้นใยเห็ดตีนแรดสะสมอาหารได้เร็วยิ่งขึ้น
สามารถทำได้ด้วยการย้ายก้อนที่เต็มแล้ว
ไปยังสถานที่ที่มีแสงสว่างมากขึ้น มีอากาศหมุนเวียนดี
ยิ่งอุณหภูมิกลางวันกลางคืนต่างกันมากๆยิ่งดี
ก็จะทำให้การสะสมอาหารของเชื้อเห็ดเป็นไปเร็วขึ้น
อาจจะลดเวลาทำการบ่มลงได้เหลือเพียง 2-3
เดือนหลังจากเส้นใยเห็ดเจริญเต็มวัสดุเพาะเท่านั้น
เมื่อทำการบ่มเชื้อได้ที่แล้ว การทำให้เกิดดอกเห็ดนั้น
ส่วนใหญ่เกษตรกรแถวทองผาภูมิ
มักจะนำไปแกะเอาถุงพลาสติกออกแล้วนำมาวางนอนชิดกันเป็นแปลงใต้ต้นไม้
หรือร่องสวน คลุมด้วยดินร่วนปนทรายหนาประมาณ 1 นิ้ว
แล้วใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุม แต่ในส่วนของคุณทวีนั้น
ค่อนข้างจะพิถีพิถันมากกว่า กล่าวคือ
บริเวณที่จะปลูกหรือเพาะเห็ดตีนแรดให้ออกดอกนั้น
จะทำการเกลี่ยพื้นดินให้เสมอ เอาเศษหญ้าออก
แล้วรองพื้นด้วยทรายหนาประมาณ 1 นิ้ว
แล้วใช้อิฐบล๊อกทำเป็นแปลง กว้างประมาณ 1-1.2 ม.
ยาวประมาณ 3 ม.แล้วจึงนำเอาก้อนเชื้อวางตั้งให้ชิดกัน
คุณทวีกล่าวว่า
การวางแบบตั้งจะสามารถวางจำนวนก้อนได้มากกว่า
จะให้ผลผลิตต่อตารางพื้นที่สูงและนานกว่า พื้นที่ 1
ตารางเมตรใส่ได้ประมาณ 90-110 ก้อนดังนั้น 1 แปลง
จึงใช้ประมาณ 300-350 ก้อน
จากนั้นจึงคลุมด้วยดินร่วนปนทราย
แต่ก่อนที่จะนำเอาดินร่วนปนทรายมาเป็นวัสดุคลุมนั้น
จะต้องนำดินมาตากแดดให้แห้งแล้วทุบให้ละเอียดดีเสียก่อน
หากเป็นดินเหนียวมากเกินไป
ควรเติมทรายหรือแกลบหรือขุยมะพร้าวเข้าไป
ปรับสภาพให้เป็นกลาง
ด้วยการเติมปูนมาร์ลหรือปูนโดโลไมท์เข้าไป 1-2 กก.ต่อดินแห้ง
100 กก.(ถ้าจะให้ดีควรทำการฆ่าเชื้อโรคเสียก่อนได้ยิ่งดีด้วยการใช้น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกไซด์
หรือน้ำยาล้างหูที่มีขายทั่วๆไป)
คลุมด้วยดินให้หนาประมาณ 1 นิ้ว
ทำการรดน้ำให้ดินเปียกชุ่ม
แล้วจึงคลุมด้วยฟางให้หนาพอสมควร
หรือหนาขนาดที่เมื่อทำการคลุมแล้ว
ไม่เห็ดหน้าดินที่ใช้คลุม
 |
 |
|
ลักษณะของโรงเรือนเห็ดตีนแรดที่ทำจากสะแลน |
ด้านข้างของโรงเพาะเห็ดตีนแรดของคุณทวี |
จากนั้น
คุณทวีได้สร้างโรงเรือนที่มุงด้วยสะแลนขนาด 85%(ควรเป็นสะแลนสีดำ
มีสารป้องกันแสงยูวีสูง จึงจะใช้งานได้นานกว่า
สะแลนทั่วๆไปใส่สารป้องกันยูวีน้อย
อายุการใช้งานจะสั้น
สอบถามรายละเอียดเรื่องสะแลนได้ที่ไทยไบโอเทค)
ความสูงของโรงเรือนประมาณ 2-2.5 ม.
ที่สามารถเข้าไปปฎิบัติงานได้สะดวก ส่วนด้านข้าง
อาจจะบุด้วยสะแลน กระสอบหรือหญ้าคาก็ได้
ทำการรดน้ำให้ฟางที่ใช้คลุมพอชื้น
จะมีน้ำบางส่วนตกเข้าไปถึงดินที่เป็นวัสดุคลุมก้อน
ให้รักษาระดับความชื้น
ด้วยการสังเกตที่ฟางคลุมให้เปียกชื้นตลอดเวลา
หากฟางแห้ง ก็จะทำการรดน้ำเป็นแบบฝอยลงบนฟางเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องรดมากเกินไปจนดินคลุมเปียกแฉะ
โดยปกติประมาณ 10-15
วันดอกเห็ดตีนแรดจะปรากฎออกมาให้เห็น
และจะใช้เวลาอีกเพียง 3-5 วันก็จะโตพอ
ที่จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
ช่วงที่ผมและคณะได้ไปเยี่ยมคุณทวีที่ฟาร์มนั้น
เป็นดอกเห็ดที่ออกเต็มทั่วทั้งแปลง
แต่นั่นคุณทวีบอกว่า เป็นผลผลิตชุดที่สองแล้ว
โดยชุดแรก แต่ละแปลงขายได้เงินไปไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท
หรือคิดเป็นดอกเห็ดประมาณ 60-70 กก.
โดยคุณทวีขายส่งเพียง กก.ละ 120 บาทเท่านั้น
ราคาตลาดประมาณ 200-250 บาทต่อกิโลกรัม
คุณทวีเล่าให้ฟังว่า ปกติ ดอกเห็ดจะออกเป็นชุดๆ ประมาณ
4-6 ครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาห่างกันประมาณ 10-15 วัน
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดเกิดจากก้อนอัดก้อนเชื้อ
ในตระกร้าพลาสติก |
เมื่อมาพูดถึงเรื่องการตลาดและเหตุจูงใจ
ที่ทำไมคุณทวีจึงมั่นใจและกำลังขยายกิจการเพาะเห็ดตีนแรดเป็นการใหญ่
ตอนนี้กำลังขยายไปยังพื้นที่ด้านข้างอีกกว่า 3 ไร่
และมีแผนที่ขยายต่อไปยังฟาร์มใหม่อีกกว่า 10 ไร่
คุณทวีเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นแล้วว่า
หลังจากอบรมเห็ดไปแล้ว ก็ได้ฝึกปรือตัวเองมาตลอด
ไม่เคยทิ้งอาชีพการเพาะเห็ดเลย ยิ่งสอนเด็กนานเท่าไหร่
ก็ได้ประสบการณ์สะสมมามากยิ่งขึ้น
เคยเพาะเห็ดมาทุกอย่างที่ได้เรียนมา
หรือที่มีเชื้อในเมืองไทย
แต่ก็มาสรุปเอาตอนเกษียนตัวเองและลดขนาดของธุรกิจโรงสีลง
แต่ก่อนเพาะเห็ดนางฟ้า นางรม รายได้ก็ดีอยู่
แต่ว่าเหนื่อยทั้งปี เพราะต้องเก็บดอกเห็ดทุกวัน
ปัญหาคนงานเข้าๆออกๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังเจอปัญหาโรค
แมลงสะสมอีกสารพัด ในช่วงที่กำลังเห่อเห็ดหลินจือ
ก็ได้เพาะเห็ดหลินจือ ออกดอกออกผลดีมาก
แต่ขายแทบไม่ได้เลย เวลาเอาไปฝากเขาขาย ก็โดนกดราคา
แถมยัง เมื่อขายได้ ก็เก็บเงินไม่ได้
สำหรับเห็ดตีนแรดแล้ว ใหม่ๆก็หวั่นวิตกว่า
เมื่อเพาะแล้ว จะเอาไปขายให้ใครล่ะ
แต่ก็มั่นใจเต็มร้อยในคุณลักษณะที่ดีของมัน
ทั้งเพาะง่าย ไม่ต้องดูแลรักษามาก
ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคแมลง ดอกเห็ดบานช้า
ทำให้วันไหนที่ขายไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บ
ปล่อยไว้ให้อยู่ในแปลงได้อีกหลายวัน หรือหากเก็บมาแล้ว
สามารถใส่ถุงยืดอายุของไทยไบโอเทค
แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น
ดอกเห้ดก็ยังมีความสดได้อีกมากกว่า 10 วัน
ที่สำคัญที่สุด รสชาติดี กรอบ
ทานได้ทั้งก้านและหมวกดอก เช่นเดียวกับเห็ดรมหลวงหรือ
เห็ดเออเรนจิ ที่เพาะในห้องเย็นขาย กก.ละหลายร้อยบาท
เมื่อเหตุผลทุกอย่างพร้อม คุณทวีจึงคิดว่า
ไม่น่าจะยากอะไร หากเพาะแล้วขายไม่ออกหรือขายไม่ได้
ก็จะเอาไปแจกให้แก่ลูกค้าประกันชีวิต(คุณทวียังเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตอีกด้วย)
หรือไม่ก็แจกจ่ายให้ลูกศิษย์ลูกหา
และผู้ปกครองที่เคยรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยรับราชการเป็นครู
แต่พอทำการผลิตออกมาจริงๆ
ความกังวลทั้งหลายกลับไม่เป็นไปอย่างนั้น
ที่กลัวว่าขายไม่ได้หรือขายไม่ออกนั้น
มันเป็นไปในทางตรงกันข้ามทั้งหมด
เพราะปริมาณดอกเห็ดตีนแรดที่เพาะออกมาได้ทั้งหมดนั้น
ถูกจองไว้ล่วงหน้าทั้งหมด ทุกวันนี้
สิ่งที่เป็นกังวลที่สุด คือ
ผลิตดอกเห็ดตีนแรดในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ที่เป็นดังนี้ คุณทวีเล่าเคล็ดลับให้ฟังว่า
ทำอะไรก็ช่าง ต้องทำด้วยความมั่นใจ ใจรัก
อย่าเห็นแก่ได้ อย่าไปทำอะไรโดยตัวเองไม่ถนัด
อย่าไปทำเพราะเขาเล่าว่า(คุณทวียังพูดทีเล่นทีจริงกับผมว่า
ดูเถอะ หากอาจารย์เอาเรื่องของผมไปพูดต่อ
เดี๋ยวคนก็จะแห่มาเพาะเห็ดตีนรแดกันยกใหญ่อีก)
ที่สำคัญคือ อย่าไปเอาเปรียบผู้บริโภคเรื่องราคา
แม้ว่าจะมีพ่อค้า แม่ค้ามาของผูกขาด
เพราะเอาไปขายได้ในราคาสูงกว่า 200 บาท
แต่คุณทวีพอใจที่จะรับเงินเพียง กก.ละ 120 บาทเท่านั้น
ยิ่งคนขาย ไปขายต่อได้ราคาแพงๆ
ก็จะทำให้เขาขยันที่จะเอาไปขายมากยิ่งขึ้น
|
 |
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดเกิดจากก้อนอัดก้อนเชื้อในกระบะไม้
|
คำถามสุดท้าย ก่อนที่คณะผมจะลาคุณทวีกลับว่า
ผมจะขออนุญาตเอาความสำเร็จของคุณทวีไปเล่าให้แก่สมาชิกผู้สนใจผ่านทางเวปไซด์ของผม
คุณทวีตอบสวนขึ้นมาทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า
ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
การที่เพาะเห็ดได้ดีอยู่ทุกวัน
ก็เพราะด้วยความที่ศิษย์มีครูนี่แหละ
และคุณทวียังป้อนคำที่เป็นปลื้มอีกว่า
ดีใจที่ได้ต้อนรับอาจารย์ถึงฟาร์ม เพราะรอมากว่า 30 ปี
แล้วว่า สักวันหนึ่งอยากให้อาจารย์อานนท์
มาเยี่ยมผลสำเร็จของลูกศิษย์ถึงฟาร์ม
และสุดท้ายของสุดท้ายในคำถาม ที่ได้คืบแล้วจะเอาศอก
จึงถามคุณทวีว่า แล้วอย่างงั้น
จะขออนุญาตบอกเบอร์โทรและที่อยู่
เพื่อจะให้คนสนใจมากเที่ยวชมหรือปรึกษาได้ไหม
พอมาถึงตอนนี้ คำตอบออกมาค่อนข้างช้า
ผมเลยรีบสวนไปเพื่อไม่ให้คุณทวีอึดอัดว่า
เมื่อไหร่คุณทวีจะพร้อมที่จะให้มวลหมู่สมาชิกมาเยี่ยมชม
หรือมาขอซื้อดอกเห็ดตีนแรดไปทานได้บ้าง
พอเจอคำถามเช่นนี้ไป ดูเหมือนว่า
คุณทวีจะค่อยๆผ่อนคลายลง และบอกว่า
ขอเวลาอีกนิดหนึ่งเถอะครับ เพราะตอนนี้กำลังขยายกิจการ
และกำลังจะผลิตก้อนเชื้อเห็ดตีนแรดให้ได้ครบสัก 50,000
ก้อนเสียก่อน โดยมีเป้าหมายหลายแสนก้อน
และก็พร้อมที่จะลงทุนในหลักหลายล้านบาท
ส่วนที่มีเหลือเฟือติดแม่น้ำป่าสักทุกแปลง
คุณทวีบอกว่า แต่ก่อนก็คิดแบบที่คนอื่นเขาคิดนั่นแหละ
คือ พยายามทำฟาร์มแบบเปิด
เพื่อจะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของสาธารณชน
พอเปิดไปเปิดมา กลายเป็นภาระที่ไม่ต้องทำมาหากินอะไร
รอแต่ต้อนรับแขก แล้วพูดซ้ำๆซากๆ
บางรายก็จะเอาให้ได้ลูกเดียว บางรายซื้อก้อนเชื้อไป(กำลังจะถามพอดีว่า
หากคนสนใจก้อนเชื้อจะขายไหม ก็เลยไม่ต้องถาม)
แล้วเอาไปดูแลไม่เป็น กลับมาโทษว่าก้อนเชื้อไม่ดี
ตอนหลังไม่ขาย แล้วก็ปิดฟาร์มไปเลย
กลับทำให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องไปพะวงกับเรื่องอื่นๆ
มุ่งเอาดีในด้านการผลิต
เพื่อจะทำการผลิตให้ได้ดอกเห็ดที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการ
ที่คุณทวีมั่นอกมั่นใจเหลือเกินว่า ตลาดยังมีอีกเยอะ
สิ่งที่คุณทวีและผมในวัยเกษียนที่ใจตรงกัน คือ
ตรากตรำงานมามากแล้ว ตอนนี้ขอปลีกวิเวก
เพื่อให้เกิดสมาธิ แล้วนำเอาทั้งปัญญา ความรู้
ประสบการณ์
มารวบรวมเขียนเป็นบันทึกไว้ให้ลูกหลานและผู้สนใจต่อไป
จึงขอให้ทุกท่านโปรดเห็นใจ และใจเย็นๆ
ผมจะพยายามเอาเรื่องราวต่างๆมาเสนอ หากเป็นไปได้
ก็จะเอาประสบการณ์ในชีวิตที่ไปทำงานอยู่ในต่างประเทศทั้งในเอเซียและแอฟริกา
ที่ใช้เวลานานเกือบครึ่งชีวิตมาเล่าสู่กันฟัง
มีทั้งเหตุการณ์ต่างๆที่น่าตื่นเต้น เร้าใจ หวาดเสียว
ประสพผลสำเร็จ ประสพกับความล้มเหลวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ช่วยคนไทยด้วยกันที่ตกทุกข์ได้ยากในเมืองไทย
ไม่มีงานทำ โดนไล่ออกจากงาน โดนไล่ออกจากบ้าน
บางรายบ้านแตกสาแหรกขาด แต่พอได้ทางสว่าง ได้ดิบได้ดี
ก็แสดงความเป็นงูเห่าอันเป็นธาตุแท้ออกมา
เอาไว้ว่างๆจะทยอยเขียนมาลง แต่ที่แน่ๆในคราวต่อไป
จะเขียนเรื่องไปเยี่ยมฟาร์มเห็ดโกหย่ง
กูรูหรือปรมาจารย์เห็ดที่สำคัญคนหนึ่งของประเทศไทย
อายุ 85 ปี เป็นศิษย์เก่าของผมเมื่อปี 2522
และได้ผูกพันช่วยเหลือกันมาตลอด
โดยฟาร์มโกหย่งได้รับคัดเลือกให้เป็นฟาร์มผลิตเชื้อเห็ดฟางให้แก่ไทยไบโอเทคด้วยดีมาตลอด
และเพื่อเป็นการสดุดีความสามารถของโกหย่ง
ที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นของเกาะหมาเก๊าได้เชิญโกหย่งไปเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาของเกาะในเร็วๆนี้
โดยโกหย่งได้รับรางวัลที่ 2 ของโลกของคนจีนพ้นทะเล
ที่แต่งกลอนที่สำคัญในการพัฒนาเกาะแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้
โปรดคอยติดตามต่อไป
 |
 |
|
ดอกเห็ดตีนแรดขนาดที่พอเหมาะที่จะเก็บได้ |
ดอกเห็ดตีนแรดที่เกิดจากการเอาก้อนเชื้อ
หลายๆก้อนมาอัดรวมกันแล้วคลุมดิน |
|