โดยวัดป่าตึงโรงวัว(วัดต้นแก้ว)ร่วมกับมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
วันเสาร์ที่ ๑ กันยายน และวันอาทิตย์ที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕
ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
 

หลักการและเหตุผล

 

สังคมไทยเป็นสังคมที่มีอารยธรรมเก่าแก่  โดยเฉพาะด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมอันดีงาม การเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีหนึ่งที่ถือปฏิบัติในสังคมไทยมาร่วม ๑,๐๐๐ ปี จึงมีความสำคัญในฐานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีการสืบสานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

งานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสา-    ธิราชสยามกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา มีวัตถุประสงค์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันบำเพ็ญบุญกิริยาเทศน์มหาชาติ และบำเพ็ญทานบารมี ในการจัดสร้างอุโบสถวัดป่าตึงโรงวัว (วัดต้นแก้ว) อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่จำลองรูปแบบอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ ๙ ที่มีรูปแบบเรียบง่ายและ     สง่างาม และเป็นเอกลักษณ์ของวัดประจำชุมชน  เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติไว้เป็นพุทธบูชา เพื่อให้อุโบสถของวัดป่าตึงโรงวัว (วัดต้นแก้ว) เป็นศาสน-สถานสำหรับประกอบศาสนกิจของสงฆ์ เป็นศูนย์รวมจิตใจแก่พุทธบริษัท ชุมชน ตลอดจนผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้เห็นคุณค่าในบวรพระพุทธศาสนาและซาบซึ้งในวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม 

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์    ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานและประทาน ผ้าไตรจำนวน ๑๓ ไตร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะกรรมการจัดงานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้

·       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ                          กัณฑ์ที่ ๑๑  มหาราช

·       สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ                           กัณฑ์ที่  ๙   มัทรี

·       สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร                       กัณฑ์ที่  ๘   กุมาร

·       สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี                       กัณฑ์ที่  ๗   มหาพน

·       สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี        กัณฑ์ที่  ๓   ทานกัณฑ์

·       ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี               กัณฑ์ที่  ๒   หิมพานต์

·       พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ          กัณฑ์ที่  ๑๒ ฉกษัตริย์

·       พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ       กัณฑ์ที่  ๑   ทศพร

·       พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา                              กัณฑ์ที่  ๔   วนปเวสน์

·       พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์                       กัณฑ์ที่  ๕   ชูชก

·       พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ                           กัณฑ์ที่  ๖   จุลพน

·       พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์                           กัณฑ์ที่  ๑๓ นครกัณฑ์

·       พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ                          กัณฑ์ที่  ๑๐ สักกบรรพ

ในทางพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่า ถ้าได้ฟังเทศน์มหาชาติครบ ๑๓ กัณฑ์ และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมะที่มีการประมวลไว้ในพระคัมภีร์จะได้รับผลดีถึง ๓ ขั้น คือ

         ๑.      ชาตินี้ชีวิตจะสุขเย็น ดังเช่นอริยชนเพราะมีธรรมะรักษา

         ๒.      ครั้นแตกกายทำลายขันธ์ จะมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า

         ๓.      จะได้พบพระศาสนาของพระศรีอริยเมตตรัยในอนาคต

 

การบูชากัณฑ์ต่างๆ ตามปีเกิด

กัณฑ์ที่          ทศพร             สำหรับผู้ที่เกิดปีชวด       มีคาถา  ๑๙      คาถา

กัณฑ์ที่          หิมพานต์         สำหรับผู้ที่เกิดปีฉลู        มีคาถา  ๑๓๔    คาถา

กัณฑ์ที่          ทานกัณฑ์        สำหรับผู้ที่เกิดปีขาล       มีคาถา  ๒๐๙     คาถา

กัณฑ์ที่          วนปเวสน์         สำหรับผู้ที่เกิดปีเถาะ      มีคาถา  ๕๗      คาถา

กัณฑ์ที่          ชูชก              สำหรับผู้ที่เกิดปีมะโรง     มีคาถา  ๗๙      คาถา

กัณฑ์ที่          จุลพน            สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็ง     มีคาถา  ๓๕      คาถา

กัณฑ์ที่          มหาพล           สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเมีย    มีคาถา  ๘๐      คาถา

กัณฑ์ที่          กุมาร             สำหรับผู้ที่เกิดปีมะแม     มีคาถา  ๑๐๑    คาถา

กัณฑ์ที่          มัทรี              สำหรับผู้ที่เกิดปีวอก       มีคาถา  ๙๐      คาถา

กัณฑ์ที่  ๑๐      สักกบรรพ        สำหรับผู้ที่เกิดปีระกา      มีคาถา  ๔๓      คาถา

กัณฑ์ที่  ๑๑      มหาราช           สำหรับผู้ที่เกิดปีจอ        มีคาถา  ๖๙      คาถา

กัณฑ์ที่  ๑๒      ฉกษัตริย์          สำหรับผู้ที่เกิดปีกุน        มีคาถา  ๒๖      คาถา

กัณฑ์ที่  ๑๓      นครกัณฑ์         รวมชะตาปีเกิด             มีคาถา  ๔๘      คาถา

 

 วัตถุประสงค์

๑.      เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอุดมสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา

๒.      เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในอุดมสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา

๓.      เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในอุดมสมัยที่ทรงเจริญพระชนมายุ  ๖๐ พรรษา

๔.      เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนได้ร่วมกันบำเพ็ญบุญกิริยาเทศน์มหาชาติ

๕.      เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจและเห็นคุณค่าของการบำเพ็ญทานบารมี ที่จะเกิดประโยชน์สุขแก่มวลมนุษย์ อันแสดงถึงการเห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนรวมมากกว่าประโยชน์สุขส่วนตน

๖.      เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนได้บำเพ็ญทานบารมี อันจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างอุโบสถวัดป่าตึงโรงวัว (วัดต้นแก้ว) อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่จำลองรูปแบบอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พระอารามหลวงในพระองค์ ที่มีรูปแบบของความเรียบง่าย ความสง่างาม และเป็นเอกลักษณ์ของวัดประจำชุมชน

๗.      เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้บำเพ็ญทานบารมี อันเป็นการสนับสนุนการซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลหางดง

 

ผู้รับผิดชอบโครงการ

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และคณะศรัทธาวัดต้นแก้ว

 

เป้าหมาย

ด้านปริมาณ

๑.      บุคลากร นักศึกษา และผู้ปกครองมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละกัณฑ์ประมาณ ๑,๐๐๐ คน เป็นอย่างน้อย

๒.      หน่วยงานราชการและโรงเรียนต่างๆ โดยรอบ ประกอบด้วย ข้าราชการ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะศรัทธาและประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละกัณฑ์ประมาณ ๑๐๐ คน เป็นอย่างน้อย

         

ด้านคุณภาพ

๑.      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นคุณค่าและได้รับอานิสงส์จากการสดับพระธรรมเทศนามหาชาติ

๒.      เยาวชนไทยและบุคคลผู้ได้สดับพระธรรมเทศนามหาชาติ เห็นประโยชน์และความสำคัญของการบริจาคทาน ว่าเป็นการลดละความเห็นแก่ตัวเพื่อเกื้อกูลความสุขแก่ผู้อื่น

 

ระยะเวลาดำเนินการ

๑.      ระยะเตรียมการ มิถุนายน ๒๕๕๕ สิงหาคม ๒๕๕๕

๒.      การจัดกิจกรรม วันที่ ๑ ๒ กันยายน ๒๕๕๕

๓.      การติดตามและประเมินผล วันที่ ๓ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๕

 

 สถานที่

           ศูนย์ประชุมนานาชาติอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕ มหาวิทยาลัย นอร์ท-เชียงใหม่

 

 วิธีดำเนินการ

๑.      จัดทำโครงการเสนอต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

๒.      แต่งตั้งกรรมการรับผิดชอบงานส่วนต่างๆ

๓.      จัดทำจดหมายอาราธนาพระธรรมกถึก

๔.      จัดทำจดหมายเรียนราชเลขาธิการ เรื่องขอพระราชทานผ้าไตร

๕.      ทำจดหมายเชิญเจ้าภาพกัณฑ์

๖.      ทำแผ่นพับเทศน์มหาชาติ สำหรับแจกผู้มาสดับพระธรรมเทศนาและประชาสัมพันธ์ทั่วไป

๗.      จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์การจัดกิจกรรม

๘.      ประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่

๙.      ติดต่อสถานศึกษาในพื้นที่ หน่วยงานราชการ และอาคารร้านค้า เพื่อเชิญเป็นเจ้าภาพกัณฑ์และร่วมสดับพระธรรมเทศนา

 งบประมาณจัดหา

๒,๙๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านเก้าแสนบาทถ้วน)

การประเมินผล

๑.      จำนวนญาติธรรมและผู้สนใจสดับพระธรรมเทศนา

๒.      สังเกตความสนใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

๓.      ประเมินจากแบบสอบถาม

 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. คณะผู้ดำเนินงานและผู้ร่วมกิจกรรมมีความอิ่มเอิบใจที่ได้มีโอกาสแสดงกตเวทิตาคุณถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณเป็นอเนกประการเหนือเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

๒. คณะผู้ดำเนินงานและผู้ร่วมกิจกรรมมีความอิ่มเอิบใจ ที่ได้มีโอกาสแสดงกตเวทิตาคุณ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถวายเป็นพระราชกุศลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

๓. คณะผู้ดำเนินงานและผู้ร่วมกิจกรรมมีความอิ่มเอิบใจ ที่ได้มีโอกาสแสดงกตเวทิตาคุณ ถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ถวายเป็นพระราชกุศลให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

๔. คณะศรัทธาในพระพุทธศาสนาและประชาชนชาวเชียงใหม่ มีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว และมีความสุขที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรม เพื่อเกื้อกูลประโยชน์ในการก่อสร้างอุโบสถวัดต้นแก้ว (วัดป่าตึงโรงวัว)

๕. คณะศรัทธาและประชาชนชาวเชียงใหม่ ได้มีโอกาสฝึกฝนการปฏิบัติกิจกรรมที่มีคุณค่า ได้ฝึกหัดตนให้เคยชินกับการมีบทบาทในการเป็นผู้ให้และสร้างสรรค์สังคมในฐานะเป็นเจ้าภาพจัดงาน เป็นผู้มีระเบียบ     แบบแผน และมีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมประเพณีไทย

๖. ญาติธรรมทั้งหลายได้เห็นและเข้าใจคุณค่าของการบำเพ็ญทาน ว่าเป็นการลดละประโยชน์สุข     ส่วนตน เพื่อเกื้อกูลประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม

 

*********************

HOME

 

 

 

Copyright © ANONbiotec All rights reserved.

design by FINE INFO