|
เชียบัตเตอร์ สุดยอดของธรรมชาติบำรุงและรักษาผิว
Nothing is Better than Shea Butter for Natural Skin
Care
Shea Butter from Tree of life
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสการเกษตร
องค์การค้าโลก แห่งสหประชาชาติ
ปี 2524-48
ในบรรดาเครื่องสำอางบำรุงผิว ที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ดีที่สุด
และเป็นที่ยอมรับกันมากที่สุด คงไม่มีใครปฏิเสธว่า นั่นคือ
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากน้ำมันจากผลของต้นเชีย
Shea tree or Tree of life
ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ในแถบประเทศที่มีสภาพดินฟ้าอากาศแห้งแบบกึ่งทะเลทรายในทวีปแอฟริกาตะวันตก
 |
 |
|
เก็บตัวอย่างผลผลิต
|
แผนที่กานาที่เป็นประเทศแรก
ที่ผมไปอยู่ระหว่างสำรวจ
|
ทุกครั้งที่ผมได้มีโอกาสไปทำการส่งเสริมการเพาะเห็ด
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ขององค์การค้าโลกแห่งสหประชาชาติ
ระหว่างปี พ.ศ. 2532 -2540 ในประเทศต่างๆของแอฟริกาตะวันตก
เช่น ที่ประเทศกานา โตโก เบอรกินาฟาซู เบนิน ไนเจอร์ ชาด
มาลี ไอเวอรี่โค้ท ไลบีเรีย เซียรา ลีโอน กินีบิเซา แกมเบีย
เซเนกัล เป็นต้น หากเป็นการเดินทางเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
สภาพดินฟ้าอากาศคล้ายกับภาคกลางและภาคใต้ของเรามาก แต่หากเดินทางเข้าไปลึกเข้าไป
ก็จะเจอสภาพอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้ง มีฝนตกน้อย ไปเรื่อยๆ
จนถึงมีสภาพเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก
คือ ทะเลทรายซาฮาราประมาณกลางปี พ.ศ 2533 ผมได้นำเจ้าหน้าที่โครงการเห็ดของประเทศกานา
ไปสำรวจเห็ดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆของประเทศและประเทศใกล้เคียง
ซึ่งมีสภาพดินฟ้าในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันค่อนข้างมาก
ต้องยอมรับว่า การออกสำรวจพื้นที่แต่ละครั้ง ได้พบสิ่งที่ไม่เคยรู้
ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตหลายชนิดหลายอย่าง ในส่วนของเห็ดนั้น
ก็พบว่า ในภูมิภาคนี้ มีเห็ดโคนเกิดขึ้นมากมาย และเป็นอาหารสุดยอดของย่านนี้เช่นเดียวกับประเทศไทย
หรือที่ทั่วโลกถือว่า เห็ดโคนเป็น King of Mushroom เป็นเห็ดที่มนุษย์ยังไม่สามารถเพาะขึ้นได้
ต้องอาศัยปลวกเพาะให้เท่านั้น เห็ดโคนที่เกิดในย่านนี้
มีขนาดและรูปร่างต่างจากบ้านเรามาก ดอกเห็ดจะเป็นทรงกลม
มน หรือคล้ายรูปไข่ ของเราปลายหมวกจะแหลมและมีสีเข้ม ส่วนขนาดนั้น
เห็ดโคนของเราดอกที่มีขนาดโตที่สุด เส้นผ่าศูนย์กลางโดยเฉลี่ย
ประมาณ 12-15 ซม. รากยาวสุดประมาณ 20-30 ซม. น้ำหนักไม่เกิน
250 กรัม แต่ของแอฟริกาบางดอกเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 40-60
ซม. สูงมากกว่า 40 ซม. รากยาวมากกว่า 100 ซม. น้ำหนักบางดอกมากกว่า
4-5 กก. นอกจากนี้ ยังมีเห็ดอีกมากมายหลายนชนิดที่ใช้เป็นยา
เช่น เห็ดนางรมหัว(Pleurotus tuber-regium) เห็ดหลินจือ(Ganoderma
lucidum) เห็ดหิ้ง (Tremetes versicolor) เห็ดกระดุมบราซิล
(Agaricus brasiliensis) เป็นต้น
 |
 |
|
ผลเชียที่สมบูรณ์
|
ผลสุกที่แก่เต็มที่
|
แต่การออกพื้นที่แต่ละครั้งยังพบพืชที่น่าสนใจทั้งทางยาและทางเศรษฐกิจ
เช่น ต้นมหัศจรรย์(Miracle tree) ที่เมื่อทานผลสุกแล้ว
หากทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม มะขามเปรี้ยว
มะยม มะดันเข้าไป จะมีรสหวาน ผมก็ได้ส่งเมล็ดให้ อ.ไพโรจน์
ผลประสิทธิ์ปลูกที่บ้านเป็นคนแรก และกลายเป็นไม้ที่หลายคนทำเงินกับมันไม่น้อย
เช่นเดียวกับต้นไทรที่เอามาจากเซียราลีโอน ที่มีลักษณะคล้ายต้นและใบโพธิ์แต่ใบเขียวตลอดปี
โตเร็ว ไม่สูงแต่เป็นพุ่มแผ่กว้าง สวยงามมาก ต้นมหาสมบัติหรือต้นเบาบับ
ต้นตาลกิ่ง ต้นปรงกานา เป็นต้น โดยผมได้เอามาปลูกไว้ที่ศูนย์ไบโอเทคอยู่ทุกวันนี้
ในบรรดาต้นไม้ทั้งหลายที่ไปพบมาในย่านนี้ของทวีปแอฟริกานั้น
มีต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษ คือ
ต้นเซีย
เป็นต้นไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในเขตกึ่งทะเลทราย เป็นไม้ยืนต้น
เนื้อแข็ง ผลัดใบช่วงต้นฤดูหนาวประมาณเดือนธันวาคม จะมีดอกเกิดขึ้น
ก่อนที่จะมีใบอ่อนเกิดขึ้นใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม
ผลจะสุกประมาณเดือน มิถุนายน ถึงสิงหาคม ของทุกปี
 |
 |
|
ผลเชียที่สมบูรณ์ที่สุด
|
เด็กๆชอบานผลสุก เพราะรสชาดอร่อยมาก
|
ในช่วงที่ผลแก่จะมีชาวบ้านที่เป็นเด็กและสตรีก้มเก็บรวบรวมผลสุกที่แก่เต็มที่
หล่นอยู่ตามพื้นใต้ต้นของมัน เพื่อนำเอาไปสกัดเอาน้ำมันจากเนื้อข้างในของเมล็ด
ใช้เป็นน้ำมันในการปรุงอาหาร ใช้ทานแทนเนยจากสัตว์ ใช้ทำเป็นครีมทาตัวและศีรษะเพื่อป้องกันผิวแตกและโรคผิวหนัง
หรือส่งขายไปยังโรงงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางบำรุงผิว
ทาปาก บำรุงผม และส่วนผสมสำคัญของช๊อคโกแลต ดังนั้น ธุรกิจการทำน้ำมันเซีย
จึงเป็นอาชีพสำคัญยิ่งของแรงงานสตรีในย่านนี้ ที่ทำให้มีรายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว
โดยแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรมาก นอกจากแรงงานเท่านั้น ทั้งนี้เพราะ
ต้นเซียเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในภูมิอากาศแบบกึ่งทะเลทราย
ไม่ต้องดูแลรักษา อาศัยธรรมชาติทั้งสิ้น และจากการที่อาชีพการผลิตน้ำมันเซียเป็นรายได้หลักของคนในย่านนี้
และยังใช้เป็นทั้งอาหารและยารักษาโรค จึงถือว่า
ต้นเซียเป็นต้นไม้แห่งชีวิต(Tree of life)
ของคนในย่านนี้อย่างแท้จริง และส่วนใหญ่เป็นรายได้จากแรงงานสตรี
จึงถึงว่าเป็นขุมทองของสตรี(Women’s Gold )
|

|
 |
 |
|
ต้นเชียที่ออกดอกครั้งแรก
เมื่ออายุ
15 ปี
|
ต้นเชียที่สมบูรณ์
อายุประมาณ
20 ปี
|
ผลเชียที่เก็บได้จากใต้ดิน
|
 |
 |
|
ที่เมือง
wa ทางเหนือของกานา ปี
2533
|
ถ่ายกับ รมต.กระทรวงพานิชย์และภรรยา ปี
2533
|
ต้นเชีย(Shea tree) มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นเรียกว่า
Si’ yiri (ต้นเชีย) Si’ tulu(เนยจากเชีย)
ตามภาษา Dioula ที่ส่วนใหญ่ใช้กันในประเทศที่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสว่า
Karite’ หรือ Nkuto, Burraa มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vitellaria
paradoxa,Gaertner ต่อมาภายหลังถูกจำแนกเป็น Butyrospermum
parkii,Kotschy ที่พบป็นส่วนใหญ่มากกว่า 85% ทางแอฟริกาตะวันตก
เช่น เบอรกินาฟาซู กานา ไอเวอรี่โค้ท โตโก เบนิน ชาด ไนเจอร์
ไนจีเรีย เป็นต้น โดยจะแพร่กระจายไปทางตะวันออกจนถึงเอธิโอเปีย
เป็นระยะทางกว่า 5,000 กม. ส่วนที่เหลือคือสายพันธุ์
Vitellaria nilotica พบมากที่ประเทศอูกันดาและซูดานหรือแอฟริกาตอนบน
ที่มีกรดโอลิอิค(Oleic acid)สูงกว่า โดยสูงถึง 59% เมื่อเทียบกับพันธุ์ที่มีมากทางแอฟริกาตะวันตก
ที่มีกรดโอลิอิค ประมาณ 35-45% จากรายงานขององค์การอาหารและเกษตร
แห่งสหประชาชาติ(FAO) ได้รายงานว่า ต้นเชีย เป็นต้นไม้ผลิตน้ำมัน
ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่มีการปลูกเพื่อการค้า โดยมีต้นเชียรวมกันประมาณ
500 ล้านต้น ให้ผลผลิตทั้งหมดเป็นผลแห้งประมาณ 1,760,000
ตัน ใช้ในการผลิตเป็นน้ำมันหรือเนยเชียได้ประมาณ 100,000
ตัน โดยใช้ในท้องถิ่นและอุตสาหกรรมประมาณ 65,000 ตัน ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
ประมาณ 3,000 ตัน
 |
 |
|
เก็บผลเชีย
|
กลุ่มผลิตเชียที่โตโก
|
NEXT PAGE
>>
|