|
HotNEWs!
MaRCH 2009

*
* โปรดหยุดสร้างความด่างพร้อย
แก่วงการเห็ดไทย

ใท่านคงได้รับข่าวคราวของแทบทุกประเทศทั่วโลก
ห้ามนำเข้าเห็ดหูหนูดำจากประเทศจีน
สาเหตุเพราะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างร้ายแรงในปริมาณที่สูง
เกินขีดความปลอดภัยที่มนุษย์จะบริโภคได้ เป็นเหตุให้ทางการจีน
ประกาศให้เห็ดหูหนูดำเป็นสินค้าควบคุมและต้องห้ามในการส่งออก
แต่ประเทศไทยก็ยังมีเห็ดหูหนูดำจากจีนลักลอบเข้ามาขายในราคาถูกทั่วไป
รวมทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั้งหลาย
แต่นั่นเป็นสินค้าที่ผลิตจากนอกประเทศ ในส่วนของประเทศไทยเอง
การเพาะเห็ดหูหนูได้แพร่กระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศ
โดยเพาะได้ตลอดทั้งปี ให้ผลตอบแทนสูง เพราะผลผลิตสูง ราคาดี
แต่การเพาะเห็ดหูหนูในปัจจุบัน
ประสพกับปัญหาการระบาดของไรไข่ปลาอย่างรุนแรง
เช่นเดียวกับที่ประเทศจีน ในอดีตได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
ได้พยายามศึกษาหาวิธีป้องกันกำจัดไรไข่ปลาด้วยวิธีการต่างๆนานา
ที่ปลอดภัย รวมทั้งการแนะนำให้ใช้ยาฆ่าแมลงที่มีผลอันตรายต่อเห็ด
ต่อผู้ใช้ ต่อผู้บริโภคและต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด
มีพลตกค้างสั้นที่สุด เช่น สารสกัดจากสมุนไพร สารคาร์บาริล เป็นต้น
แต่วิธีดังกล่าวไม่สามารถป้องกันกำจัดไรไข่ปลาตลอดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวเห็ดหูหนูได้
เพื่อความอยู่รอด ประกอบกับรายได้จากการเพาะเห็ดหูหนูดีมาก ราคาดี
มีความต้องการสูง
เกษตรกรจึงหันไปใช้ยาฆ่าแมลงที่มีความเป็นพิษต่อผู้บริโภคอย่างร้ายแรง
เช่น สารคาร์โบฟูราน ที่รู้จักกันดีในชื่อการค้าหลายชื่อ เช่น
ฟูราดาน คาบีดาน 3 จี ดาบูฟูคาน 3 จี คาร์นาดาน, คาร์โบฟูดาน 3 จี,
คูราแทร์ 3 จี คาร์โบฟูดาน อินทรียทอง 3 % จี Bay 70143, Carbodan,
Carbosip, Chinofur, Curaterr, D 1221, ENT 27164, Furacarb,
Kenafuran, Pillarfuron, Rampart, Nex, and Yaltox.
คาร์โบฟูรานเป็นสารพิษที่ใช้ป้องกันกำจัดแมลงอยู่ในกลุ่มคาร์บาเมต
ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัท FMC Corporation สหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ.2510
มีชื่อทางเคมีว่า 2,3-dihydro-2, 2-dimethyl-7-benzofuranyl
methylcarbamate ชื่อสามัญคือ carbofuran มีสูตรทางเคมีคือ C12 H15
NO3 น้ำหนักโมเลกุล 221.3 LD50 = 5-13 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 กก.
เป็นสารพิษอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภคและสภาพแวดล้อม
เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ทั้งดูดซึมและสัมผัส ค่าของ Half Life =
30-120 วัน(หมายความว่า 30-120 วัน ปริมาณสารพิษจะสลายไปครึ่งหนึ่ง
ในที่โล่งจะสลายตัวได้เร็วกว่าที่อับ) หลายประเทศทั่วโลกห้ามนำเข้า
แม้กระทั่งอเมริกา ได้มีความพยายามที่จะห้ามใช้สารดังกล่าว
แต่ยังคงอนุญาตให้ใช้ในข้าวโพด ฝ้าย ไม้ดอก ไม้ประดับ เท่านั้น
ดังนั้น ในกรณีการเพาะเห็ดหูหนูของประเทศไทย
มีเกษตรกรผู้เพาะเห็ดหูหนูจำนวนไม่น้อย ใช้สารคารฺโบฟูราน
หรือฟูราดานผสมกับวัสดุเพาะ
เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของไรไข่ปลา เพราะสารพิษดังกล่าว
มีความเป็นพิษอย่างรุนแรง สลายตัวช้า จึงป้องกันไรไข่ปลาได้นาน
แต่สารประเภทนี้ออกฤทธิ์ประเภทดูดซึม
ทั้งเชื้อเห็ดและดอกเห็ดหูหนูจะดูดซึมเอาสารพิษดังกล่าวเข้าไปด้วย
จึงทำให้เห็ดหูหนู โดยเฉพาะเห็ดหูหนูสด
ที่มีการเพาะด้วยการใช้สารคาร์โบฟูรานหรือฟูราดานคลุกเคล้ากับวัสดุเพาะ
มีสารพิษตกค้างในปริมาณที่สูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปบริโภคได้
ทำให้ปัจจุบันเห็ดหูหนูของประเทศไทย
ไม่สามารถส่งไปขายในตลาดต่างประเทศได้เช่นเดียวกับของจีน นอกจากนี้
ยังมีเห็ดอีกหลายชนิด เช่น เห็ดขอนขาว เห็ดลม
ที่มีการระบาดของไรไข่ปลาค่อนข้างรุนแรง
ที่เกษตรกรจำนวนไม่น้อยนิยมใช้สารเคมีที่มีผลตกค้างอย่างรุนแรงและเป็นเวลานาน
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความด่างพร้อยแก่วงการเห็ดของไทย
ทางศูนย์ไทยไบโอเทค ทีบีซี
ใคร่ขอวิงวอนไปยังเกษตรกรผู้เพาะเห็ดหูหนูที่ยังใช้สารพิษร้ายแรงดังกล่าว
ได้โปรดเลิกใช้โดยสิ้นเชิง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ผู้ใช้
และสภาพแวดล้อม
และเพื่อให้อาชีพการเพาะเห็ดยั่งยืนจีรังแก่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดส่วนใหญ่ของประเทศไทย
ยังมีกรรมวิธีอื่นอีกหลายวิธี ที่จะทำการเพาะเห็ดหูหนู เห็ดขอนขาว
เห็ดลมแบบปลอดสาร
ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีที่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้บริโภคและสภาพแวดล้อม
เช่น ใช้สมุนไพรกลั่น ใช้ฟังแบคคิว
ที่เป็นผลพลอยได้ของการหมักผลไม้และสกัดเอาเฉพาะกรดที่มีประโยชน์ไม่น้อยกว่า
8 ชนิด สามารถควบคุมการระบาดของไรไข่ปลาทั้งในเห็ดหูหนู เห็ดขอนขาว
เห็ดลม หรือเห็ดที่มีปัญหาเกี่ยวกับการระบาดของแมลงได้
ขอรายละเอียดได้ที่ศูนย์ไทยไบโอเทค
|