|
เรื่องของ Starter และแถมเรื่องการเมืองเล็กน้อย
กราบเรียนท่านอาจารย์ ดร.อานนท์
ที่เคารพรักยิ่ง
ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปอบรมเรื่องเห็ดเป็นยาแล้วจะเอาแคปหมูที่พัฒนาใหม่ไปให้อาจารย์ทดลอง
เผอิญคณะผู้จัดอีเมล์มาบอกว่ายกเลิกการจัดสัมนาเพราะเสื้อแดงนัดชุมนุม
น่าเสียดายครับ
แต่ว่าถึงไม่ได้ไปอาทิตย์หน้าผมจะส่งไปให้อาจารย์ลองทางนิ่มซี่เส็งขนส่งครับ
ที่ลำพูนได้ข่าวว่าจะมีรถหลายร้อยคันมุงไปกรุงเทพไปร่วมชุมนุม
ผมได้แต่บอกเขาว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นใหญ่เป็นโตในประเทศนี้ผมหรือพวกเขาก็ยังเป็นตาสีตาสานางมานางมีตามเดิม
ทำมาหากินอย่างสุจริตชน
จ่ายภาษีให้รัฐและดอกเบี้ยให้ธนาคารอย่างตรงไปตรงมาก็ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีแล้ว
แคบหมู่ที่ทำนั้นเดิม ๆ ทอดกระทะใบใหญ่ ๆ ธรรมดา
หลังจากนั้นทาง Production
ของเราก็คิดพัฒนาโดยการใช้เตาทอดจากเกาหลีที่ข้างล่างเป็นน้้ำเปล่าหลายสิบลิตรแล้วข้างบนเป็นน้ำมันหลายสิบลิตรอยู่ในเตาทอดเดียวกันแต่น้ำมันเบากว่าจะอยู่ชั้นบน
เวลาทอดแล้วของใหม้หรือเศษจะตกลงไปในชั้นของน้ำและถูกดูดออกจากระบบ
เตานี้เป็นเตาไฟฟ้าควบคุมอุณหภูมิได้จึงสั่งได้ว่าจะเอาสีที่ทอดออกมาได้เข้มขนาดไหนตามที่ตลาดต้องการ
ราคาเตาละเกือบแสนบาท แต่เนื่องจากลำพูนเป็นจังหวัดเล็ก ๆ
ตลาดแคบมาก การพัฒนาสินค้าเพื่อขายในตลาดเล็ก ๆ ไม่คุ้ม
แคบหมูตัวนี้หลังจากทอดแล้ว Shelf-life
จะอยู่ได้แค่สองอาทิตย์ก็จะเกิดกลิ่นหืนจากน้ำมันตามธรรมชาติเอง
เรากะจะส่งไปขายในเชียงใหม่หรือกรุงเทพด้วย
ก็เลยต้องแก้ปัญหาโดยใช้เครื่องแว็คคั่มแพคและอัดไนโตรเจนเข้าไปในแพ็คเหมือนพวกขนมถุงกรอบก๊อบแก็บเช่นเลย์หรือ
Fringle จะทำให้ผลิตภัณฑ์แคบหมูอยู่ได้ 6
เดือนโดยยังกรอบและไม่หืน ค่าเครื่องอัดไตโตรเจนกับ
Vaccumn Packing ทำให้ต้องลงทุนไปอีกแสนห้าหมื่น
พวกเครื่องแพ็คพวกนี้เราตั้งใจจะให้แพ็คเห็ดฟางกึ่งสำเร็จรูปที่จะออกจากโรงเพาะเห็ดของเราในอนาคตด้วยครับ
คราวนี้มาถึงปัญหาของผมที่ต้องเรียนถามอาจารย์ก็คือผมได้ถอดแบบโรงเห็ดปิดสร้างด้วยอิฐมวลเบาและระบบหมุนวนอากาศเสร็จแล้ว
1 โรงและอีกสามโรงกำลังจะทยอยเสร็จ
เมื่อสัมนาซ้ำครั้งที่แล้วผมได้สั่งเคมีเพาะเห็ดฟางตามสูตรของอาจารย์เพื่อทดลองโรงต้นแบบครบทุกอย่าง
ของทุกอย่างทางศูนย์ส่งมาให้ผมครบยกเว้น Starter
ซึ่งทางศูนย์บอกว่าของไม่มี
การเพาะเห็ดในโรงครั้งนี้สำคัญกับผมมาก
แต่ไม่ใช่เพราะตั้งใจขายหรือทำเอาเงินนะครับ
เพราะเมื่อเห็ดออกดอกดีและได้ผลตามเป้าหมายที่วางไว้
ธนาคารจะเป็นผู้มาชมดอกเห็ดฟางที่บ้านเต็มโรงเพาะเห็ดของเรา
เพื่อตัดสินกันว่าอีกสามสิบโรงที่จะสร้างต่อไปสมควรที่ธนาคารจะเป็นผู้ออกเงินสร้างให้เราไหม?
เพื่อทำเป็นอุตสาหกรรมการเพาะเห็ด ถ้าไม่มี Starter
แล้วอาจารย์เห็นว่าใครใช้อะไรทดแทนตอนเอาฟางขึ้นหลังจากแช่แล้วมาหมักเป็นกองก่อนนำฟางเข้าโรงเพาะครับ?
กราบขอบพระคุณอาจารย์ในความกรุณาครับ
โสภณ หัศบำเรอ, ลำพูน
wichai wattanasopon
ทางศูนย์เห็นถึงความจำเป็นในการเลื่อนการสัมมนาออกไปอย่างไม่มีกำหนด
เพื่อสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่ในแผ่นดิน
ที่ถูกระบบอำมาตย์ครอบงำมาชั่วชีวิต
หากเป็นการครอบงำในเชิงสร้างสรรค์เช่นที่สิงคโปร์ก็พอรับได้
แต่เพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้อง
ก็เป็นเรื่องที่บั่นทอนทุกสิ่งทุกอย่างของบ้านเมือง
ดูเอาอย่างเรื่องเห็ดสิ กว่าเราจะต้องเป็นสมาคมได้
ทำมาตั้งแต่ปี 2516 มาสำเร็จเอาปลายปี 2520
สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วงการเห็ดอย่างสุดขีด
จากเป็นประเทศที่นำเห็ดเข้ามาบริโภคในประเทศ
กลายเป็นประเทศที่ผลิตเห็ดได้มากเป็นแนวหน้าของโลก
และผลิตเห็ดฟางได้มากที่สุดในโลก
แต่ตอนหลังได้ถูกครอบงำโดยระบบอำมาตย์
จึงกลายเป็นฐานในการสร้างภาพ
และเอาบทบาทไปหวังผลทางด้านตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์
ซึ่งได้ดิบได้ดีของคนบางกลุ่มอย่างทั่วหน้า
แต่ผลประโยชน์ต่อมวลหมู่สมาชิกแทบไม่มีเลย
ช่วงไหนจะมีเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารที
ก็จะจัดสัมมนาเฉพาะสมาชิกที่ไม่รู้เรื่อง
และเป็นพวกที่ใหม่ๆทั้งนั้น มาโหวตเลือกนายกกัน
นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่วงการเห็ดไทย
เราจึงไม่มีส่วนสำคัญอันใดเลยในเวทีโลก ด้วยเหตุนี้
ทางศูนย์จึงตั้งใจอย่างแน่วแน่
ที่จะเป็นแกนนำทางด้านวิชาการและประสานงานในบรรดามวลหมู่สมาชิกและผู้สนใจ
ที่ต้องการประกอบอาชีพการเพาะเห็ด
โดยไม่ได้รับการเหลียวแลจากภาครัฐหรือแม้แต่สมาคมที่ตั้งขึ้นมากับมือตัวเองแท้ๆ
จึงขอวกเข้าเรื่องเลยว่า เรื่องของ Starter นั้น
ทางศูนย์แทบจะไม่ได้ทำออกไปจำหน่าย ทั้งนี้
หลังจากมีการเปิดอบรมแล้ว ก็ได้ชี้แจงว่า Starter คืออะไร
ส่วนใหญ่ก็สามารถทำขึ้นใช้เองได้(ผมจึงถูกกล่าวหาตลอดเวลาว่า
อบรมทีไร ทางศูนย์ก็ต้องเลิกผลิตสินค้าไปหลายตัว
เพราะบอกความลับเขาไปหมด
ทั้งๆที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคารและแรงงานสูงขึ้นทุกขณะ)
เนื่องจากระยะการหมักปุ๋ยระยะเริ่มต้นนั้น
เป็นการหมักที่ต้องอาศัยกิจกรรมของแบคทีเรียที่ไม่ใช้อากาศ(อับอากาศ)
ซึ่งต้องการความเป็นด่างเล็กน้อย
ต้องการอาหารเพียงพอและอุณหภูมิสูง ดังนั้น
ในการเตรียมวัสดุนั้น ควรใช้ปูนขาว
ที่ทำมาจากเอาหินปูนมาเผา อย่าใช้ปูนขาวที่มาจากเปลือกหอย
เพราะอาจะมีเกลือแกงที่เป็นพิษต่อเห็ด ใช้ปูนขาว 1 กก.
ต่อวัสดุเพาะ 100 กก.แห้ง ส่วนอาหารไนโตรเจนนั้น
สามารถใช้ปุ๋ยเคมีได้ อันได้แก่ ปุ๋ยนาดีที่สุด
เพราะมีทั้งธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัส สูตร 16-20-0 หรือ
20-20-0 หากหาไม่ได้ จะใช้ปุ๋ยยูเรีย(46-0-0)
หรือปุ๋ยแอมโมเนีย(21-0-0) แทนก็ได้แต่ไม่ดีเท่า
เพราะเห็ดจะช่ำน้ำและช้ำง่าย ทางที่ดีที่สุด
น่าจะใส่มูลสัตว์เข้าไปด้วย เช่น มูลไก่ หมู เป็นต้น
ในอัตราส่วน มูลสัตว์แห้ง 5 กก.หรือเปียก 10-15 กก.
ต่อวัสดุเพาะแห้ง 100 กก. และเชื้อจุลินทรีย์ ยูเอ็ม 92
จะเป็นแบบน้ำหรือผงก็ได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการหมัก อย่าลืม
น้ำที่หมักและเล็ดลอดออกมา อย่าทิ้ง
ให้ดูดเก็บไว้เติมเข้าไปในช่วงของการกลับกอง
ขอบคุณมากสำหรับแคบหมูครับ
ของเดิมที่ให้ไปยังทานไม่หมดครับ
หากมีเยอะก็ควรฝากสมทบเป็นเสบียงให้แก่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย
ผู้ที่กำลังออกมาสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของชาติ
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
|