|
สอบถามเรื่องปัญหาการตัดใยเห็ดฟาง
เรียน อ.อานนท์ เอื้อตระกูล
กระผม ได้เริ่มเพาะเห็ดฟางเป็นครั้งแรก โดยใช้ฟาง
เป็นวัสดุรองพื้น และ ใช้เปลือกถั่วเหลืองเป็นวัสดุคลุม
ปัจจุบันพบปัญหาในการเพาะเห็ดฟาง ช่วงตัดใย (เพาะเชื้อเห็ดฟางในห้อง
ประมาณ 7 วัน โดยในห้องเพาะเชื้อเห็ดฟาง มีอุณหภูมิประมาณ
26 35 องศา
หลังจากนำวัสดุเพาะออกมาเชื้อเห็ดจะฟูเต็มวัสดุเพาะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณที่โรยเชื้อเห็ดฟาง)
เริ่มตัดใยเห็ดฟาง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 53
โดยใช้น้ำบาดาลตัดใย (ไม่ได้กรองน้ำ)
โดยรดน้ำลงในวัสดุเพาะจนเปียก หลังจากนั้น ได้ใช้
อาหารเสริมชนิดน้ำ คือ โววาติก้า ,ฮอร์โมนเขียว และ
นิวคลีโอไทด์ 108 อย่างละ 1 ฝา ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น
เป็นฝอยละอองเข้าไปที่วัสดุเพาะทันที จนหมด
หลังทำการตัดใยด้วยน้ำบาล (วัสดุเพาะทั้งหมดมีพื้นที่ประมาณ
18 ตารางเมตร ) และ นำวัสดุเพาะเข้าห้อง เปิดดอกทันที
ซึ่งห้องเปิดดอก มีความชื้น ประมาณ 75 95 % และอุณหภูมิ
อยู่ระหว่าง 19 32 องศา และมีช่องระบายอากาศ 2 ช่อง ขนาด
20X60 ซม. อยู่เยื้องกัน บน-ล่าง ปัจจุบัน (วันที่ 7
มีนาคม 2553 )เห็ดฟางยังไม่ออกดอก
ดังนั้น จึงขอเรียนถามดังนี้
1. ทำไม เห็ดฟางจึงยังไม่ออก และ
ในกรณีนี้จะทำการแก้ไขปัญหาอย่างไร
2. ปัจจุบัน เริ่มมีเห็ดขี้ม้าขึ้นมาบ้าง แต่ปริมาณน้อย
ถือว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ (เพราะช่วงอบฆ่าเชื้อราทำอย่างถูกต้องแล้ว)
3. อาหารเสริม ชนิดน้ำ ทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมา
จะต้องใช้ในช่วงใดบ้าง
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
ศุภกิจ ละเอียดดี
ไม่ทราบว่าเปลือกถั่วเหลืองได้ผ่านการหมักมากน้อยแค่ไหน
เพราะต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการใช้เปลือกถั่งเหลือง
เนื่องจากอาหารมันเยอะ
และเป็นอาหารอันโอชะของเห็ดโคนน้อยเสียด้วยสิ
ปกติน่าจะหมักอย่างน้อย 4-6 วัน แล้วจึงนำเข้าโรงเรือน
และการอบ ต้องให้ได้อุณหภูมิ 67-70 องศาเซลเซียส
ก่อนที่จะใส่เชื้อเห็ดฟางเข้าไป ในกรณีของคุณนั้น
เหตุที่ดอกเห็ดฟางยังไม่เกิด
อาจจะมาจากสาเหตุอุณหภูมิภายในยังสูงอยู่
และหากเห็นว่าเส้นใยยังฟูอยู่
ให้ทำการรดน้ำเพื่อกดให้เส้นใยเห็ดยุบตัวลง
พร้อมทั้งต้องระมัดระวังเรื่องของการถ่ายเทอากาศ
เพราะมันต้องการอากาศสูงมาก โดยเฉพาะหากอุณหภูมิสูง
ต้องป้อนอากาศเข้าไปมากๆด้วย แต่อย่าลืมว่า
อากาศที่ป้อนเข้าไปนั้น อาจจะมีสภาพที่แห้งเกินไป
จึงควรใช้กระสอบป่านแขวนไว้ในโรงเรือนและรดน้ำ
เพื่อให้ความชื้นเหมาะสม ผมว่าวันนี้ที่ได้รับเมล์
น่าจะมีข่าวดีแล้วล่ะ
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
|