|
คำถามเรื่องเห็ดฟาง
สวัสดีค่ะอ.อานนท์
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครั้งที่แล้วเรื่องส่าเหล้า
แล้วมีคำถามเพิ่มดังนี้
1. การอบไอน้ำช่วงสุดท้ายใช้อุณหภูมิถึง 80
องศาจะมีผลดีหรือเสียอย่างไรคะ
2.
วัสดุเพาะหลักที่ได้ศึกษาจากตำราของอาจารย์ไม่ได้กล่าวถึงชานอ้อย
ไม่ทราบว่าหากนำว่าใช้จะด้อยกว่าวัสดุเพาะที่อาจารย์กล่าวถึง
หรือไม่ อย่างไร(จากการสังเกตกากชานอ้อยที่โรงงานนำไปทิ้ง
จะมีเห็ดฟางขึ้นจำนวนมาก)
3. การปฏิบัติหลังจากตัดเส้นใยแล้ว
ย้ายไปเลี้ยงดอกในโรงเปิดดอก ควรปฏิบัติอย่างไรคะ เช่น
การควบคุมอากาศ แสง ความชื้น
การถ่ายเทและระบายอากาศจนกระทั่งหมดรุ่น
4. การระบายอากาศระหว่างชั้น
จะมีคาร์บอนอยู่เยอะระหว่างชั้น มีวิธีการระบายอย่างไร
เนื่องจากได้ใช้วิธีการเปิดประตูโรงเรือนหน้าหลัง เช้าเย็น
ตลอดจนช่องลมด้านข้าง ก็ยังไม่สมารถระบายออกไปได้
5. อยากทราบราคาเครื่องวัดอุณหภูมิ ความชื้น ความเป็นกรด-ด่าง
แบบดิจิตอล และสามารถหาซื้อได้ที่ไหนคะ
6. อยากทราบราคาเครื่องสับปุ๋ยหมัก
และสามารถหาซื้อได้ที่ไหน
หรือมีวิธีการทำด้วยตนเองแบบง่ายๆไหมคะ
7. เครื่องดูดเป่าอากาศราคาประมาณเท่าไหร่คะ
8. การใช้ kat201 ผสมก่อนนำปุ๋ยเข้าอบ
จะใช้รำผสมด้วยได้หรือไม่ หรือถ้าใช้ kat201
อย่างเดียวควรใช้ในปริมาณเท่าไรคะ
9. สมมติวัสดุเพาะ 100กิโลกรัม ใช้ kat201 5%
แป้งข้าวเหนียว 2% ใบกระถินป่น 5% ส่าเหล้า 2%
อาจารย์มีความเห็นอย่างไรคะ เหมาะสมหรือไม่
รบกวนด้วยคะ
ดุจลดา
เรียนคุณดุจลดา
1.การอบไอน้ำของเห็ดฟางนั้น
แท้ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นการอบเพื่อมุ่งหมายที่จะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิดน๊ะครับ
ในทางตรงกันข้าม
หากทำการนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อทุกชนิดกลับเป็นผลเสียมากกว่า
เพราะเส้นใยเห็ดจะเจริญเติบโตช้าในระยะเริ่มต้น
ที่เป็นช่วงที่มันต้องการการกระตุ้นจากเชื้อแอคติโนมัยสิท
และอุณหภูมิที่เกิดขึ้นจากการทำงานอยู่บ้างของเชื้อดังกล่าว
จากเหตุผลดังกล่าว อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 65-70
องศาเซลเซียสครับ ระยะนี้
เชื้อจุลินทรียที่เป็นคู่แข่งกับเห็ดจะถูกทำลาย ไข่หนอน
ไข่แมลง ไร ก็จะถูกทำลาย
แต่จะมีเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ได้ในอุณหภูมิร้อนจัด คือ
พวก แอคติโนมัยสิท จะยังคงเจริญเติบโตต่อ
มันจะย่อยอาหารที่อยู่ในรูปที่เห็ดเอาไปใช้ไม่ได้
ให้มาอยู่ในรูปที่ใช้ได้ ในเซลของมันเอง
แต่พอเราหยุดการอบไอน้ำ เมื่อทำการอบได้ที่ตามกำหนดแล้ว
อุณหภูมิจะลดลง เชื้อแอคติโนมัยสิทก็จะหยุดทำงาน
หยุดการแพร่กระจาย เมื่ออุณหภูมิลดลงถึงจุดที่เหมาะสม
ที่จะทำการใส่เชื้อเห็ดเข้าไป
เชื้อแอคติโนมัยสิทที่เจริญเต็มที่แล้วก็จะหยุดชะงักหรือตายไป
เชื้อเห็ดฟางก็จะกินอาหารจากซากของแอคติโนมัยสิทนี้แหละ
เรื่องอย่างนี้ ผมไม่ได้เขียนอย่างละเอียดลงไปในหนังสือ
หรือสอนละเอียดมากนัก เพราะกลัวผู้อ่านและคนอบรมงง
แต่การที่คุณทำแล้วมีปัญหาและถามมาเช่นนี้แหละดีมากๆ
เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของเวป
จะได้นำเอาคำตอบเหล่านี้เผยแพร่ให้ผู้สนใจรายอื่นๆ
เพื่อเป็นวิทยาทานต่อๆไป
2.ชานอ้อยก็ใช้ได้ดีมากครับ ใช้ได้แบบฟางนั่นแหละ
แต่ต้องเอามาทำการหมักเสียก่อน
แต่ก่อนผมเคยไปขอจากโรงงานมาใช้
แต่ตอนหลังไม่ทราบว่าที่ไหนเขายังเอาไปทิ้งหรือยังให้หรือขายบ้าง
หากคุณทราบช่วยบอกด้วย จะได้ไปขอแบ่งมาใช้ประกอบการสอนด้วย
จริงๆแล้ว ชานอ้อยใช้ได้ดีกับทุกเห็ดครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็ดที่เพาะในถุง
หากใช้ชานอ้อยเข้าไปเป็นส่วนอาหารเสริม
เร่งการหมักขี้เลื่อยหรือวัสดุเพาะ จะทำให้การหมักเร็วขึ้น
ผลผลิตและคุณภาพดอกเห็ดดียิ่งขึ้น
3.หากคุณเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมไปแล้ว
ย่อมได้รับเอกสารประกอบคำบรรยาย
ที่อธิบายคำถามนี้ได้อย่างดีครับ
ช่วยดูจากเอกสารดังกล่าวควบคู่กันไป
เพราะหากจะตอบโดยละเอียดมันยาวมาก
4.ทางที่ดีควรใช้พัดลมหมุนเวียนอากาศ
ตามที่ได้อธิบายในวันอบรมไปแล้ว แต่หากไม่ใช้พัดลม
จะต้องทำการเปิดขปิดอากาศสลับข้างกัน
หากทำการเปิดพร้อมๆกัน
อากาศจะหมุนเวียนเฉพาะด้านรล่างกับด้านบนที่อยู่ข้างเดียวกันเท่านั้น
แต่หากทำการเปิดด้านบนข้างใดข้างหนึ่ง อีกด้านตรงข้าม
จะต้องเปิดด้านล่าง หากทำได้เช่นนี้
คุณสามารถแก้ปัญหาเรื่องก๊าซพิษสะสมได้แน่นอน
5.เรื่องราคา การซื้อ การขาย
ช่วยติดต่อไปยังฝ่ายที่รับผิดชอบ หน้าร้านที่ตลาดไท
029083308 หรือ 0860830202
6.-7. ก็ถามรวมกันได้หมดที่นั่นเลย
8. หากคุณใช้อาหารเสริม KAT 201 แล้ว
ไม่จำเป็นต้องเสริมอาหารอะไรเข้าไปอีกแล้ว
ยกเว้นหากเป็นไปได้ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว
ควรเสริมแป้งเอ็นไซม์เข้าไปด้วย
โดยใส่วันที่จะเอาขึ้นชั้นเลี้ยงเชื้อแบบใช้อากาศ
9. มันมากไป ราร้อนจะเกิดได้ง่าย
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
|