|
ถามข้อมูลเพิ่มเติมคะ
1.เรื่องเห็ดถั่งเช่า ตอนนี้ทางดร.สามารถเพาะเลี้ยงได้มากน้อยแค่ไหน
เดือนละกี่กรัม หรือกี่กิโลคะ
2.ในส่วนของระยะเวลาในการเพาะเลี้ยง
ต้องเพาะเลี้ยงนานแค่ไหน/วิธีการเพาะเลี้ยงเป็นอย่างไร
3.ในส่วนของการนำมาใช้ประโยชน์เชิงสมุนไพร
นำมาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวยาอะไรบ้าง
4.มูลค่าของเห็ดถุ่งเช่าที่ทำการแปรรูปเป็นสมุนไพรแล้ว
สร้างมูลค่าได้มากน้อยแค่ไหนคะ
5.อีกนานไหม
ที่ชาวบ้านทั่วๆไปจะสามารถเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าในเชิงพานิชย์ได้
วิธีการเพาะเลี้ยงจะถูกถ่ายทอดไปยังประชาชนทั่วไปไหม
(ในกรณีที่ทางรายการสนใจจะถ่ายทำการเพาะเลี้ยงเห็ด
ถั่งเช่า และการนำไปแปรรูปเป็นยาสมุนไพร
มีความเป็นไปได้ไหมคะ)
อีกเรื่องคือเห็ดร่างแหคะ
1.อยากทราบว่าช่วงเดือนไหนบ้างที่เป็นฤดูของการเก็บเกี่ยวเห็ดร่างแห
ระยะเก็บนานแค่ไหน
2.การแปรรูปเห็ดร่างแห นอกจากจะนำมาทำเป็นซุปเยื่อไผ่แล้ว
ยังมีการแปรรูปเป็นอย่างอื่นอีกไหมคะ
ถ้ามีแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง
3.ราคาเห็ดร่างแห สด-แห้ง ราคากิโลละเท่าไหร่คะ
4.ส่วนของหมวกเห็ดร่างแห ที่ไม่นำมากิน
สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ไหมคะ
5.ในจีนมีการเพาะเห็ดร่างแหมากน้อยแค่ไหนคะ
หนิง(รายการเส้นทางเศรษฐี ช่อง 7
เป็นรายการนำเสนอเรื่องราวของอาชีพแต่ละอาชีพ
การต่อยอดอาชีพที่ทำอยู่ไปสู่อีกอาชีพหนึ่ง)
สอบถามเพื่อเป็นข้อมูลเสนอในที่ประชุม
หากที่ประชุมลงความเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ
ทางรายการก็จะดำเนินการถ่ายทำรายการต่อไปคะ
uthaiwan wangkham
เรียนคุณ
uthaiwan wangkham
1.ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจในเรื่องเห็ดถั่งเช่าเสียก่อนว่า
เห็ดถั่งเช่าที่มีสรรพคุณทางยาบำรุงร่างกาย
เสริมพลังให้แก่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
โดยทำให้ระบบหมุนเวียนของเส้นเลือด
และอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอย่างรวดเร็วนั้น
เป็นเห็ดถั่งเช่าที่เจริญอยู่ในตัวหนอนผีเสื้อ Thitarodes
namnai (ผีเสื้อตัวผู้) และ Thitarodes caligophilus
(ผีเสื้อกลางคืนตัวเมีย) แต่ทางจีนถือว่า
ผีเสื้อพวกนี้อยู่ในตระกูล Hepialus armoricanus
โดยผีเสื้อพวกนี้จะหากินเวลากลางคืน ในสภาพอากาศหนาวเย็น
และสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตรขึ้นไป
โดยผีเสื้อจะมีช่วงระยะเวลาหาอาหารเป็นตัวเต็มวัยเพียงไม่กี่วัน
แล้วก็จะไข่ ฟักออกเป็นหนอนในช่วงฤดูร้อน
โดยหนอนพวกนี้จะหากินใบไม้ ใบหญ้า
รากไม้ที่อยู่บนภูเขาสูงในฤดูร้อน และจะขุดรูตามแนวดิ่ง
หากมีหิมะตก หรืออากาศเย็นจัด ในช่วงที่มันกินอาหารนั้น
มันจะกินพวกสปอร์เชื้อรา หรือมีเชื้อราบางชนิดอันได้แก่
เชื้อ Hirsutella sinensis หรือเชื้อ Geomyces
pannorumเข้าไปตามผิวหนังของมัน แล้วไปเจริญในลำตัวของหนอน
ทำให้เกิดขบวนการต่างๆทางเคมี
และทำให้ตัวหนอนเชื่องช้าและตายในที่สุด
โดยปกติตัวหนอนของผีเสื้อชนิดนี้
จะมีวงจรชีวิตเป็นตัวหนอนอยู่นาน 5-6 ปี
จึงจะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย
มันจะออกมาหาอาหารกินก็เฉพาะช่วงสั้นๆของฤดูร้อนเท่านั้น
ส่วนฤดูหนาว
ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยหิมะหรือเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
มันจะอยู่ในภาะจำศีล คือ ไม่ขยับเขยื้อนตัว ไม่กินอาหาร
ระยะนี้ จะเป็นระยะที่อ่อนแอมาก
หากมีเชื้อราเข้าไปในร่างกาย
เชื้อราก็จะเจริญเข้าไปในแทบทุกส่วนของตัวหนอน
ทำให้หนอนตาย พอถึงฤดูร้อน เชื้อราดังกล่าว
ก็จะชูก้านดอกขึ้นมาเหนือพื้นดิน
และเกิดดอกเห็ดที่มีลักษณะคล้ายกระบอง
เพื่อทำหน้าที่สร้างอับสปอร์ เพื่อสืบพันธุ์ต่อไป
ทั้งตัวหนอนและดอกเห็ดที่มีลักษณะคล้ายกระบองนี้แหละ
ที่เรียกว่า เห็ดถั่งเช่า (Ophiocordyceps sinensis)
เห็ดชนิดนี้เกือบทั้งหมด หรือเกือบร้อยเปอร์เซนต์
เป็นผลิตภัณฑ์ที่เก็บจากธรรมชาติทั้งสิ้น โดยมี 4
ประเทศที่เป็นแหล่งกำเนิดของเห็ดชนิดนี้ อันได้แก่ จีน
ในปี 2550 เก็บเกี่ยวได้ประมาณ 98 ตัน ส่วนที่เหลือ คือ
ภูฎาน อินเดีย และเนปาล ประเทศละประมาณ 1 ตัน
ราคาที่จำหน่ายกันที่เมืองซิหนิง(Xining)
เมืองหลวงของมณฑลเซียงไห่(Qinghai) เขตปกครองตนเองทิเบต
ราคา กก.ละ 8 แสนบาท ถึง 2 ล้าน 5 แสนบาท
แล้วแต่เกรดของเห็ด
ส่วนใหญ่คัดเกรดด้วยการใช้ขนาดของตัวหนอนเป็นสำคัญ
ส่วนการเพาะนั้น ขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก
ทำการทดลองกันอยู่อย่างแพร่หลาย
แต่ก็ยังไม่มีการเพาะเป็นธุรกิจ เนื่องจาก ผลของการทดลอง
ยังไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หรือคุ้มต่อการลงทุน
ส่วนเห็ดถั่งเช่า ที่มีข่าวว่า
ทำการเพาะได้แล้วโดยมนุษย์นั้น
ประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่ไม่นานมานี้
ก็ได้สร้างข่าวคึกโครมเฮฮาผ่านสื่อติดต่อกันหลายวันนั้น
เป็นการเพาะเห็ดถั่งเช่าคนละชนิด เป็นเห็ดถั่งเช่าสีทอง
(Cordyceps militaris) เป็นเห็ดที่เพาะได้ง่าย
โดยใช้ไข่ไก่ ผสมรำละเอียดและนม โดยเห็ดชนิดนี้ ไม่ถือว่า
เป็นเห็ดถั่งเช่า
ที่มีสรรพคุณทางยาดั่งเห็ดถั่งเช่าที่เก็บตามธรรมชาติ
บนภูเขาสูง เห็ดถั่งเช่าสีทอง ผลิตขึ้นมา
เพื่อใช้รับประทานเหมือน เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดหอม
เห็ดฟาง เท่านั้น ราคาจำหน่ายไม่เกิน กก.ละ 500 บาท
เท่านั้น ดังนั้น ในส่วนของอานนท์ไบโอเทค
ไม่ได้ทำการเพาะเห็ดถั่งเช่า
แต่ทำการผลิตเฉพาะเชื้อเห็ดถั่งเช่าเท่านั้น เนื่องจาก
หากทำการเพาะเห็ดถั่งเช่าแล้ว จะต้องเพาะในสภาพที่เย็นจัด
ในหนอนที่มีวงจรชีวิตนานกว่า 5 ปี
ส่วนการเพาะเชื้อของมันนั้น เร็วกว่า ใช้เวลาประมาณ 3-4
สัปดาห์เท่านั้น โดยคุณสมบัติทางยา แม้ว่าจะด้อยกว่า
ดอกเห็ดที่เกิดในตัวหนอน แต่ก็ควบคุมได้ง่ายกว่า
โดยทำการผลิตเพื่อส่งออกเพียงอย่างเดียว เดือนละประมาณ 1-2
ตัน
2. ดังได้กล่าวมาแล้วว่า อานนท์ไบโอเทค
ทำการเพาะเฉพาะเส้นใยเห็ดถั่งเช่า เพื่อการส่งออก
โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน
และปล่อยให้มันสร้างเอ็นไซม์สูงสุดด้วยการบ่มอีก 2 เดือน
3. เนื่องจากเห็ดถั่งเช่า มีสารประกอบที่สำคัญ
ที่มีคุณสมบัติทางยา อันได้แก่ สาร Cordycepin
มีคุณสมบัติต่อต้านเซลมะเร็ง
ลดการระบาดหรือแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
รวมทั้งไวรัสโรคเอดส์ และเชื้อมาเลเรีย สาร Adenosine
ที่ช่วยป้องกันแผลหนอง ช่วยในการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น
ช่วยบำรุงหัวใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นต่ำ
มีกรดอะมิโน สังกะสีและวิตามีน
ที่ช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศได้เป็นอย่างดี สาร
Polysaccharides
ที่ช่วยไม่ให้เกิดขบวนการสร้างโลหิตฝอยไปหล่อเลี้ยงเซลมะเร็ง
ก็เท่ากับ เป็นตัวยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็ง
และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ สาร Ergosterol
ที่ช่วยต่อต้านเซลมะเร็งและขบวนการสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
และสาร Cordyglucans ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเซลมะเร็ง
ด้วยเหตุนี้ เห็ดถั่งเช่า จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะใช้ผสมยาสมุนไพรแทบทุกชนิด โดยเฉพาะ
เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เอดส์ โรคหัวใจ หรือ
ผู้ที่ต้องการมีความสุขทางเพศ ในส่วนของ อานนท์ ไบโอเทค
ใช้เส้นใยของเห็ดถั่งเช่า ผสมตำรับยา
ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการให้คีโม และผู้ป่วยโรคเอดส์
รวมทั้งโรคหัวใจ
4. โดยปกติ เห็ดถั่งเช่าเอง ราคาแพงกว่าทองคำประมาณ 1.5 -
2 เท่า ดังนั้น การแปรรูป
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกนั้น ถือว่า มีน้อยมาก
เพราะแม้ว่าใส่เข้าไปแค่ 10%
ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปออกมาก็ต้นทุนสูงอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่า ทุกวันนี้
ที่จำเป็นจะต้องใส่เห็ดถั่งเช่าเข้าไป
ก็เพราะมีความจำเป็นในแง่ของยาบำรุงกำลัง
ที่บรรดาเศรษฐีต้องการ โดยเฉพาะ
เป็นยาประเภทกระตุ้นความต้องการทางเพศ
หรือผู้ป่วยที่อ่อนเพลีย อยู่ระหว่างพักฟื้น ขณะนี้
เห็ดถั่งเช่า ขนาดปานกลาง จำหน่ายที่ร้านเวชพงศ์ กก.ละ 1.4
ล้านบาท
ส่วนแคปซูลที่ทำจากเส้นใยเห็ดจำหน่ายที่ราคาแคปซูลละ 80
บาท ส่วนของอานนท์ไบโอเทค ไม่ได้จำหน่ายในไทย ยกเว้น
คนใกล้ชิด ในราคาแคปซูลละ 30 บาท
5.ไม่ทราบ แต่ในส่วนของอานนท์ไบโอเทคนั้น หวังว่า
สักวันเมื่อใช้หนี้
ใช้สินให้แก่ธนาคารที่ยืมเงินมาซื้อที่ที่ทำการปัจจุบัน
โดยต้องส่งทั้งต้น ทั้งดอกเดือนละ ประมาณ สองแสนบาท
เป็นเวลา 15 ปี ขณะนี้ ผ่านไปแล้ว 3 ปี เป็นไท เมื่อไหร่
ก็ค่อยพิจารณาอีกที
ช่วงนี้เอาแค่นี้ก่อน ขออนุญาตไปดูบอลโลกต่อ
แล้วค่อยว่าต่อเห็ดร่างแห
ขอต่อเรื่องเห็ดร่างแห หลังโปรตุเกส เสมอไอเวอรี่โค้ท 0-0
1.เห็ดร่างแห หากเพาะในเมืองไทย สามารถเพาะได้ตลอดทั้งปี
แต่ขนาดดอกเห็ดไม่โตเท่าของจีน ผลผลิตต่ำ
ของจีนเพาะได้ผลผลิตสูงกว่า ทั้งนี้เนื่องจาก ที่เมืองจีน
จะทำการเพาะเห็ดร่างแห หรือ ที่เราเรียกว่า เยื่อไผ่
บางคนเข้าใจว่า มาจากเยื่อไผ่ แต่จริงๆแล้ว
มาจากเห็ดร่างแห ที่ถือว่า เป็นเห็ดพิษ
เพราะส่วนบนของหมวกดอก ที่มีกลิ่นคาวอย่างรุนแรง แต่
หากเอาเนื้อเยื่อสีคล้ำด้านบน เห้ดร่างแห
หรือเยื่อไผ่นี่แหละ คือ ยาบำรุงกำลัง
หรือกระตุ้นความรู้สึกทางเพศสุดยอดของสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง
โดยชาวนาของจีน จะเริ่มทำการเพาะเห็ดเยื่อไผ่
หลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปี โดยทำการไถ่ คราด แล้ว ขึ้นแปลง
พร้อมทั้งใส่แกลบ ปุ๋ยหมักมูลสัตว์ กิ่งไม้ ใบไม้
ที่ย่อยง่ายสลายเร็วหมกลงไปในดี รดน้ำให้เปียกชุ่ม
แล้วใส่เชื้อเห็ดเยื่อไผ่เข้าไป ทำการกลบดิน
แล้วคลุมด้วยฟางแห้ง เชื้อเห็ดเยื่อไผ่
จะเจริญเข้าไปในปุ๋ยหมัก และจะเริ่มสะสมอาหาร
พร้อมทั้งพักตัวในช่วงอากาศหนาวจัด พอผ่านฤดูหนาวไปแล้ว
ประมาณเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษถาคม เกษตรกร
จะทำการรดน้ำแปลงเพาะเห็ดเยื่อไผ่
เพื่อกระตุ้นให้เส้นใยเห็ดที่พักตัว เกิดการตื่นตัว
และรวมตัวกันเป็นดอก ประมาณเดือน มิถุนายน
ดอกเห็ดจะออกบานสะพรั่งอย่างมากในช่วงเดือนมิถุนายน
ถึงเดือนกรกฎาคม
2.เห็ดเยื่อไผ่
ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนผสมในยาบำรุงเป็นส่วนใหญ่
แต่หากเป็นการนำมาปรุงอาหาร
ก็ใช่ว่าจะทำแค่ซุบเพียงอย่างเดียว ที่ประเทศจีน
นิยมทานเห็ดร่างแหสดๆ นำมาปรุงอาหาร ประเภท ผัด ยำ
เห็ดเยื่อไผ่น้ำแดง สุกี้เห็ดเยื่อไผ่ เห็ดเยื่อไผ่ยัดไส้
เป็นต้น
3.เห็ดร่างแหสด ตกราคาประมาณ กก.ละ 150-250 บาท
ส่วนเห็ดแห้ง ได้จากเห็ดสด 13 กก. ตากหรือทำแห้งได้ 1 กก.
ราคาขายตก ประมาณ กก.ละ 2300-3200 บาท
4.ส่วนใหญ่นำเอาไปใช้เป็นยาปราบศัตรูพืช
โดยใช้ฉีดหรือพ่นในแปลงผัก จะทำให้แมลงบางชนิดไม่ชอบกลิ่น
ไม่มารบกวน หรือบางครั้งใช้ผสมอาหารสัตว์ เช่น สุกร
เพียงเล็กน้อย สุกรจะง่วงหลังจากกินอาหารแล้ว
จะทำให้อ้วนและมีน้ำหนักดี ในอดีตใช้ตากแห้ง แล้วเผารมควัน
เป็นยาสลบได้
5.ในจีนเพาะเห็ดร่างแห ปีละประมาณ 35,000
ตัน(เห็ดแห้ง)(ข้อมูล ปี 2551) หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10
เท่าเมื่อเทียบจากปี 2542
ดังนั้น เห็ดเยื่อไผ่
จึงเป็นอีกเห็ดหนึ่งที่มีศักยะสำหรับเกษตรกรไทย
เพราะปีๆหนึ่งประเทศไทยนำเอาเห็ดชนิดนี้เข้ามาบริโภค
เป็นอาหารชูกำลัง เป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส(เห็ด)
องค์การสหประชาชาติ ปี 2524-2548
|