กลับสู่หน้าหลัก ประวัติ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูลศูนย์ไทยไบโอเทคการจัดสัมนา - อบรมการเพาะเห็ดในรูปแบบต่างๆติดต่อเรา
 

 

 

 

 

 

ศูนย์ไทยไบโอเทคทีบีซี

           ได้เปิดทำการอบรมเห็ดมาตั้งแต่เริ่มต้นของการตั้งชมรมผู้เพาะเห็ดสมัครเล่น ปี 2516 เป็นต้นมา ซึ่งการอบรมเห็ดที่ผ่านมาได้เน้นหนักถึงการทำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ การทำหัวเชื้อ และรายละเอียดถึงวิธีการเพาะเห็ดต่างๆ รวมแล้ว ในการอบรมการเพาะเห็ดแต่ละชนิดใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ผลของการอบรม ทำให้มีคนอบรมที่ผ่านมานับแสนคน ทำให้คนไทยรู้จักเห็ดมากขึ้น มีการเพาะเห็ดเพิ่มขึ้น ได้มีการพัฒนาวิธีการการเพาะเห็ดให้ดีขึ้นเรื่อย มีการนำเอาเห็ดใหม่ๆทั้งจากธรรมชาติ และนำสายพันธุ์มาจากต่างประเทศ เพื่อมาเพาะในไทยมากขึ้น มีผู้เพาะเห็ดหลายคนได้ประกอบธุรกิจทำเชื้อเห็ดมากขึ้น ทำให้ราคาเชื้อเห็ดถูกลง ยกตัวอย่างเช่น เชื้อเห็ดฟางเมื่อ ปี พ.ศ.2515 ราคากระป๋องละ 21 บาท(กระป๋องนมตราหมี) ปัจจุบันลดเหลือเพียง 2-3 บาท เท่านั้น ราคาหัวเชื้อเห็ดอื่นๆ สมัยนั้นไม่มีจำหน่าย หากซื้อมาจากต่างประเทศราคาขวดละไม่ต่ำกว่า 200 บาท ปัจจุบันราคาเพียง 5-7 บาทเท่านั้น วัสดุเพาะเช่น ขี้เลื่อยไม้ยางพาราหรือไม้เนื้ออ่อน แต่เดิมต้องจ้างรถบรรทุกขนไปทิ้ง ปัจจุบันราคา 1 คันรถสิบล้อกว่า 2 หมื่นบาท และต้องรอตามคิวอีกด้วย เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทั้งในแง่ดี และแง่เสีย ทำให้ทางศูนย์ฯได้ปรับกลยุทธ์ในการอบรมเสียใหม่ โดยจะไม่เน้นเรื่องของการทำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ หรือหัวเชื้อเห็ด

 

สำหรับผู้ที่เริ่มทำการเพาะเห็ด แต่จะเน้นเอาตั้งแต่เรื่องง่ายๆไปหายาก โดยเริ่มจากให้ผู้อบรมเห็ดเข้าใจถึงคุณสมบัติของเห็ดแต่ละชนิดที่จะทำการเพาะ แม้กระทั่งอายุหรือระยะเวลาที่จะทำการเก็บเกี่ยว ก็จะมีผลต่อคุณภาพของดอกเห็ด และราคาที่ได้รับที่แตกต่างกันมาก ยกตัวอย่างเช่น เห็ดนางฟ้าภูฎาน หากเก็บดอกเห็ดที่แก่เต็มที่ที่สร้างสปอร์แล้ว จะได้น้ำหนักดี รสชาติปานกลาง ราคาขายที่ตลาดประมาณ 25-30 บาท แต่หากขยับเวลามาทำการเก็บให้เร็วกว่าเดิม ตอนที่ดอกเห็ดยังเล็กอยู่ ก่อนสร้างสปอร์ ดอกเห็ดจะเนื้อแน่น รสชาติดี มีความกรุบ สามารถเก็บไว้ได้นานหลายวัน ราคาขายที่ตลาดประมาณ กก.ละ 80 -120 บาท เป็นต้น เมื่อผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงสนับสนุนให้ทำการทดลองซื้อก้อนเชื้อเห็ดสำเร็จรูปไปทำการเปิดดอกเห็ดเสียก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า เห็ดแต่ละชนิดที่สนใจนั้น สามารถทำให้เกิดดอกได้อย่างไร และจะต้องทำการดูแลรักษาให้เหมาะสมอย่างไร รวมทั้งการอนุบาล และการสุขาภิบาลด้วย

             เมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้ว ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติที่จะทำการผลิตก้อนเชื้อเห็ดที่มีคุณภาพด้วยตนเอง เพื่อลดต้นทุนการซื้อก้อนและเพื่อให้ได้ก้อนเชื้อสมปรารถนา ในการผลิตก้อนนั้น ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการฝึกสอนไม่ให้ยึดมั่นถือมั่น แต่จะได้รับรู้เกี่ยวกับหลักการในการเลือกวัสดุเพาะ ที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นขี้เลื่อยยางพาราเท่านั้น ยังมีวัสดุที่มีราคาถูก หาได้ง่าย เช่น ต้นไม้ กิ่งไม้เนื้ออ่อนต่างๆ ต้นไมยราบยักษ์ เป็นต้น รวมทั้ง ฟาง ต้นข้าวโพด อ้อย ว่าจะเอามาเป็นวัสดุเพาะอย่างไร และควรใส่อาหารเสริมอะไรบ้าง อาหารเสริมแต่ละตัวจะต้องได้รับรู้ว่า ทำไมต้องใส่ ใส่ไปเพื่ออะไร เห็ดต้องการไปทำไม การวัดค่าของน้ำ ของวัสดุเพาะก่อนที่จะนำเอาไปใช้ การหมักให้ได้ผลโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ช่วยในการหมัก ป้องกันและรักษาโรคแมลงอย่างไร ความสำคัญในขั้นตอนนี้ จะได้รับการถ่ายทอดจาก อ.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญเห็ด ขององค์การค้าโลกระหว่างปี 2524-48 เป็นผู้ให้ความรู้ในการอบรม

             อย่างไรก็ตาม เรื่องของการทำเชื้อเห็ดบริสุทธิ์และหัวเชื้อนั้น ก็ยังคงสอนให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับรู้โดยละเอียดเช่นกัน โดยไม่มีการปิดเป็นความลับในทุกขั้นตอน เพียงแต่ไม่สนับสนุนให้ไปเสียเวลาทำในระยะเริ่มต้น ต่างกับการอบรมในอดีต ที่เน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมเน้นหนักเรื่องการทำเชื้อเห็ดเป็นหลัก จากประสบการณ์ที่ได้ทำการเปิดอบรมเห็ดมาเป็นเวลากว่า 30 ปี พบว่า ไม่ว่าจะเป็นการอบรมติดต่อกับนานถึง 1 เดือน 1 สัปดาห์ หรือแม้กระทั่ง 1 วัน ก็มิได้หมายความว่า ผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำเอาความรู้ต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมาไปประกอบอาชีพ หรือไปทำการเพาะเห็ดให้ได้ผลทั้งหมด เมื่อลงมือกระทำแล้ว จะพบปัญหาปลีกย่อยอีกมากมายในภาคสนาม ผู้ที่ประสพผลสำเร็จในธุรกิจการเพาะเห็ดนั้น ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ เป็นผู้ที่รู้จักดัดแปลง และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ถูกต้องแม่นยำและยั่งยืนมากกว่า และตรงนี้เอง การที่จะประคับประคองให้ผู้ที่กำลังก้าวเข้ามาสู่วงการเห็ดรายใหม่ให้ประสพผลสำเร็จให้จงได้นั้น คือ การเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิดของผู้ที่มีประสบการณ์ในภาคสนาม ที่จะคอยให้คำแนะนำปรึกษาทางด้านการปฏิบัติ ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าว ทางศูนย์ฯได้ถือปฏิบัติมาอย่างเคร่งครัดและได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ การอบรมเห็ดในปัจจุบัน จะเปิดอบรมเพียงวันเดียวเท่านั้น โดยจะมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จากนั้น ผู้ผ่านการอบรมจะเป็นสมาชิกตลอดชีพ และเมื่อไหร่ก็ตาม ที่ทำธุรกิจเรื่องการเพาะเห็ด ก็สามารถขอคำแนะนำปรึกษาได้จากเจ้าหน้าที่ชำนาญการได้เสมอ นอกจากนี้ ยังได้สิทธิในการรับรู้ข่าวสาร เข้าไปถามกระทู้ในเว็บไซด์ของศูนย์ และซื้อวัสดุ อุปกรณ์ในราคาพิเศษ แม้กระทั่งผลผลิตเบื้องต้น หากยังไม่สามารถหาตลาดได้ ทางศูนย์ฯยินดีให้คำแนะนำตลาดให้ได้

ปัจจุบัน ทางศูนย์ฯได้กำหนดให้มีการอบรมเห็ดเป็นประจำทุกเดือน ใน 3 เรื่อง คือ

อบรมการทำเชื้อและเพาะเห็ดฟางแบบ อานนท์52

อบรมการทำเชื้อและเพาะเห็ดโคนน้อยทั้งแบบต้มและ แบบโรงเรือน

อบรมการทำเชื้อและเพาะเห็ดที่เพาะได้ในถุงพลาสติก และการเพาะแนวใหม่แบบ อานนท์2009 เช่น เห็ดหอม เห็ดหูหนู เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดแครง เห็ดตีนแรด เป็นต้น

สถานที่อบรม : ที่ฟาร์มเห็ดไอยรา ในซอยไอยรา 38 ถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังตลาดไท
ระยะเวลาการอบรม : 1 วัน

สิ่งที่ผู้เข้ารับการอบรมได้รับ :
ได้รับเอกสารประกอบคำบรรยาย
ได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ
ได้รับก้อนเชื้อเห็ดที่ทำเองตามที่ปฏิบัติได้
ได้รับประกาศนียบัตร ที่มีลายเซ็นของ อ.อานนท์ เอื้อตระกูล
มีสิทธิเข้าเป็นสมาชิกเว็บไซด์ของศูนย์ฯและของ อ.อานนท์
เป็นสมาชิกตลอดชีพและได้รับข่าวสารฟรีตลอดอายุการเป็นสมาชิก
สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของทางศูนย์ฯที่จัดขึ้นเป็นประจำ


อบรมการเพาะเห็ดฟางแนวใหม่ แบบ อานนท์ 52


                 ประเทศไทยได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่ทำการเพาะและผลิตเห็ดฟางมากที่สุดในโลก โดยผลิตดอกเห็ดสดได้ปีละไม่ต่ำกว่า 6 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท มีผู้ประกอบการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพที่มั่นคงทั่วประเทศนับแสนราย แม้ว่าเราสามารถผลิตเห็ดได้ในปริมาณที่มากถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาดภายในประเทศ โดยแทบจะไม่มีเหลือส่งออกไปขายยังต่างประเทศเลย ราคาขายเห็ดสดเฉลี่ยสูงไม่แพ้เนื้อสัตว์ คือ อยู่ระหว่าง 80-120 บาท (ราคาหน้าฟาร์ม 50-60 บาท) ทำให้อาชีพ การเพาะเห็ดฟาง เป็นอาชีพการเกษตร ที่มั่นคง รายได้ดี ผลตอบแทนสูงและรวดเร็ว มีปัญหาการตลาดน้อยที่สุด ทำให้มีผู้สนใจจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการจะทำการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพที่มั่นคงเช่นกัน แต่ไม่ทราบว่า จะเริ่มต้นทำหรือควรเลือกกรรมวิธีเช่นไรนั้น จะต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า แต่เดิม การเพาะเห็ดฟาง จะทำการเพาะกันแบบกองเตี้ย โดยใช้ฟาง ผักตบชวา ต้นกล้วย เปลือกถั่ว เปลือกมัน หรือทะลายปาล์มน้ำมัน บนพื้นดิน กลางแจ้ง หรือใต้ร่มไม้ แต่กรรมวิธีดังกล่าว ไม่สามารถเพาะซ้ำที่เดิมได้ เนื่องจากมีการสะสมของเชื้อโรค จึงจำเป็นจะต้องย้ายสถานที่เพาะใหม่ไปเรื่อยๆ นับว่า มีความเสี่ยงสูงมาก

ต่อมาประมาณปี 2517 อ.อานนท์ เอื้อตระกูล ในขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานชมรมเห็ด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำเสนอวิธีการเพาะเห็ดฟางแนวใหม่ขึ้น โดยการหมักปุ๋ย ปล่อยให้จุลินทรีย์ธรรมชาติย่อยอาหารให้แก่เห็ดระดับหนึ่งเสียก่อน แล้วนำเอาวัสดุเพาะไปเข้าโรงเรือนสำหรับเพาะเห็ดฟาง ทำการหมักต่อจนกระทั่งได้ปุ๋ยหมัก มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับเห็ดฟางแล้ว ทำการอบไอน้ำประมาณ 6-8 ชม. ลดอุณหภูมิลงให้อยู่ระดับที่เชื้อเห็ดฟางชอบ ทำการโรยเชื้อเห็ดฟางเข้าไป เลี้ยงเชื้อเห็ดฟางประมาณ 5-7 วัน ทำการกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดด้วยการตัดใย ดอกเห็ดฟางก็พร้อมที่จะโตเต็มที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในวันที่ 9-12 และจะได้ผลผลิตต่อเนื่องไปอีกประมาณ 7-10 วัน ผลผลิตที่ได้ต่อโรงขนาด 6 x 8 ม. ใช้วัสดุเพาะประมาณ 500 600 กก. จะได้ผลผลิตประมาณ 200 250 กก. นับว่าได้ผลผลิตสูงพอสมควร

อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าว อาจจะเหมาะกับสถานการณ์ที่ผ่านมา แต่เริ่มเกิดปัญหาเกิดขึ้นมากมายในสภาวะปัจจุบัน กล่าวคือ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มีปัญหาเรื่องของเชื้อเพลิง เกิดการสะสมหมักหมมของเชื้อโรค ผลผลิตไม่แน่นอน ทำให้รายได้ที่เคยดีมากๆกลับลดลง จากเหตุผลดังกล่าว หลังจากที่ อ.อานนท์ ได้ใช้เวลาในการศึกษาวิจัยเรื่องเห็ดฟางอย่างจริงจังและต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี ตลอดจนได้รวบรวมเอาประสบการณ์จากการที่ได้ไปเป็นผู้เชี่ยวเห็ดให้แก่องค์การสหประชาชาติในหลายทวีปนานกว่า 20 ปี ได้หาวิธีลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตให้สูงและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น สามารถทำเป็นแบบอุตสาหกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่ได้ และใช้วัสดุเพาะที่มีได้ตลอดทั้งปี ราคาไม่สูงนัก ให้ผลผลิตสูง โดยวิธีดังกล่าวใช้ชื่อว่า การเพาะเห็ดฟาง แบบ อานนท์ 52 ซึ่งวิธีดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระในการลงทุน ในทางตรงกันข้าม กับประหยัดกว่า ยั่งยืนกว่า แม้เกษตรกร ที่มีอาชีพเพาะเห็ดฟางอยู่แล้ว สามารถนำเอาไปปรับปรุงใช้ได้เลย

อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าว อาจจะเหมาะกับสถานการณ์ที่ผ่านมา แต่เริ่มเกิดปัญหาเกิดขึ้นมากมายในสภาวะปัจจุบัน กล่าวคือ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มีปัญหาเรื่องของเชื้อเพลิง เกิดการสะสม หมักหมมของเชื้อโรค ผลผลิตไม่แน่นอน ทำให้รายได้ที่เคยดีมากๆ กลับลดลง จากเหตุผลดังกล่าว หลังจากที่ อ.อานนท์ ได้ใช้เวลาในการศึกษาวิจัยเรื่องเห็ดฟางอย่างจริงจังและต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี ตลอดจนได้รวบรวมเอาประสบการณ์ จากการที่ได้ไปเป็นผู้เชี่ยวเห็ด ให้แก่องค์การสหประชาชาติในหลายทวีปนานกว่า 20 ปี ได้หาวิธีลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิตให้สูงและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น สามารถทำเป็นแบบอุตสาหกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่ได้ และใช้วัสดุเพาะที่มีตลอดทั้งปี ราคาไม่สูงนัก ให้ผลผลิตสูง โดยวิธีดังกล่าวใช้ชื่อว่า การเพาะเห็ดฟาง แบบ อานนท์ 52 ซึ่งวิธีดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระในการลงทุน ในทางตรงกันข้าม กับประหยัดกว่า ยั่งยืนกว่า แม้เกษตรกร ที่มีอาชีพเพาะเห็ดฟางอยู่แล้ว สามารถนำเอาไปปรับปรุงใช้ได้เลย

เทคนิคและวิธีการดังกล่าวนี้ ทางศูนย์ไทยไบโอเทค ทีบีซี จะจัดให้มีการอบรมรวมเอาทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่เดือน มกราคม 2552 เป็นต้นไป หากสนใจ กรุณาติดต่อรายละเอียดได้ที่

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ อานนท์ ไบโอเทค (บริษัทไฟน์ อินโฟ จำกัด) 02-977-1949

การอบรมเห็ดฟาง แบบ "อานนท์52"

การอบรมเห็ดที่เพาะได้ในถุง แบบ "อานนท์2009"

เห็ดเศรษฐกิจแนวใหม่แบบ "อานนท์ 52" และเห็ดเป็นยา


 

 
 

 

Copyright 2009 © ANONbiotec All rights reserved.

Anon Biotec  Tel / Fax : 02-977-1949

design by FINE INFO